ข้อดีของเซลล์รีพอร์ทที่คุณต้องรู้และต้องทำ

 

เซลล์รีพอร์ทหรือรายงานการขายคืออะไรที่น่าเบื่อสำหรับนักขายหลายๆ คน ลามไปถึงผู้จัดการหรือเจ้าของบริษัทด้วยซ้ำ ที่บางท่านอาจรู้สึกว่ามีไปทำไม ต่อให้ไม่มีรีพอร์ทแต่ลูกน้องก็หายอดได้เรื่อยๆ ไม่เห็นต้องแคร์เลย

 

ใช่ครับ บางธุรกิจแทบไม่มีเซลล์รีพอร์ทหรือระบบ CRM อะไรทั้งนั้น เวลามีลูกค้าซื้อซ้ำก็ใช้วิธีจดหรือจำเอา เชื่อผมมั้ยครับว่าเป็นเพราะพวกเขาไม่มีระบบเซลล์รีพอร์ทที่แข็งแกร่งนี่แหละ พวกเขาถึงรวยได้อยู่แค่นี้ไง (แรงไหม)

 

เพราะธุรกิจที่ทำงานอย่างเป็นระบบ มีการเติบโตที่ดี ยั่งยืน มืออาชีพ จะใส่ใจกับรายละเอียดทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่องของเซลล์รีพอร์ทที่ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของการทราบกิจกรรมการขาย สุขภาพทีมขาย สุขภาพธุรกิจโดยรวม และสามารถช่วยให้คุณวางแผนเชิงธุรกิจได้ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากขนาดนั้นเลยล่ะครับ

 

ผมจะทำให้พวกคุณเห็นความสำคัญของการทำเซลล์รีพอร์ทที่ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป นักขายที่ประสบความสำเร็จจะบันทึกข้อมูลการขายทั้งหมดอยู่เสมอ เมื่อคุณอ่านแล้ว คุณจะได้ลงมือทำทันทียังไงล่ะครับ

1. ช่วยให้คุณไม่ลืมว่าจะต้องตามงานอะไรกับลูกค้าแต่ละราย

 

เหตุผลหลักๆ ที่คุณขายไม่ได้ นั่นก็คือ "การลืม" นั่นเองครับ โดยเฉพาะนักขายที่มีนัดอย่างสม่ำเสมอ พบลูกค้าก็วันละหลายราย ส่งใบเสนอราคาตั้งมากมาย แต่กลับปิดการขายไม่ได้เลย อาการก็คือเมื่อส่งใบเสนอราคาไปแล้ว ลูกค้ากลับเงียบ ทั้งๆ ที่วันนำเสนอก็ดูสนใจคุณดี แต่การมีนัดเยอะๆ นั้นย่อมมีงานที่คุณต้องทำหลังจากนั้น เช่น ทำใบเสนอราคา ส่งอีเมลล์สรุปฯ ทำ Proposal ทำเดโม่ ฯลฯ ซึ่งงานเหล่านี้แหละที่เป็นรายละเอียดซึ่งถ้าคุณไม่ได้บันทึกเอาไว้ในเซลล์รีพอร์ทว่าสถานะแต่ละรายเป็นอย่างไร ต้องวางแผนทำอะไรต่อ คุณมีแนวโน้มที่จะลืมทำงานให้ลูกค้าได้ง่ายมาก เมื่อลืมไปแล้ว การขายเลยไม่คืบหน้า ลืมตามงาน เรื่องเหล่านี้เซลล์รีพอร์ทจะช่วยคุณได้

 

2. ช่วยให้คุณหายอดขายเร่งด่วนได้แบบทันใจ

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเซลล์รีพอร์ทสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ด้วย ทั้งๆ ที่มันเอาไว้ใช้เตือนความจำกันลืม และเอาไว้ส่งให้เจ้านายดูกันโดนด่า (ฮา) วิธีก็คือให้คุณลองเช็คลูกค้าแต่ละรายในเซลล์รีพอร์ทโดยละเอียด จัดเกรดลูกค้าชั้นดี แบ่งเป็นลูกค้าซื้อซ้ำอยู่เรื่อยๆ และรักคุณ (เกรด A) ลูกค้าที่ซื้อไปแล้วแต่ยังไม่ซื้อซ้ำ (เกรด B) ลูกค้าที่ยังไม่ซื้อหรือเคยแพ้งานไป (เกรด C) จากนั้นถ้าคุณต้องการยอดขายแบบเร่งด่วน

 

จงทำนัดเข้าไปขายเพิ่มกับลูกค้าเกรด A ก่อนทันที จากนั้นก็ไปที่ลูกค้าเกรด B ส่วนลูกค้าเกรด C ถ้าอยากได้ยอดขายจากพวกเขา จงทำนัดเข้าไปขายของแบบเริ่มต้นใหม่ได้เลย เพียงเท่านี้ยอดขายก็จะกลับมาจากลูกค้าเกรด A และ B แบบง่ายๆ แล้วครับ เพราะสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับพวกเขานั่นเอง 

 

3. ช่วยให้คุณมีผลกำไรเพิ่มขึ้นจากการทำธุรกิจ

 

การคาดคะเนการขาย (Sales Forecast) คือการทำนายยอดขายที่จะปิดได้ ไม่ว่าจะเป็นแบบรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายสามเดือน นักขายจะต้องได้ข้อมูลสำคัญจากลูกค้าว่าพวกเขาจะตัดสินใจซื้อคุณเมื่อไหร่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะได้มาจาก "การติดตามงาน" ที่ดีและคืบหน้า การคาดคะเนว่าจะปิดยอดขายในช่วงเวลาได้อย่างแม่นยำ จะทำให้ฝ่ายบริหาร ฝ่ายการเงิน หรือฝ่ายผลิต ฯลฯ สามารถวางแผนเพื่อสร้างผลกำไรสูงสุดให้บริษัทได้ เช่น คุณทำนายว่าเดือนหน้าจะได้ยอดขายล็อตใหญ่ ตัวเลขมหาศาล และมั่นใจว่าจะปิดได้

 

ทางบริษัทฯ จึงตัดสินใจสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงที่ราคาต้นทุนของสินค้าดีกว่าราคาในอนาคต ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ได้งานจริง คุณก็ได้ผลกำไรเพิ่มขึ้นกว่าการที่จู่ๆ คุณได้ยอดขายเข้ามาโดยที่ไม่ได้คาดคะเนเอาไว้ ยอดขายที่ได้มาอาจสร้างปัญหาให้กับคุณได้ในเรื่องของต้นทุน หรือทีมงานของคุณ เช่น ขายสินค้าที่มีการติดตั้งระบบ ช่วงเวลานั้นทีมงานของคุณอาจมีจำนวนไม่พอก็ได้ ทำให้เสียคะแนนเรื่องการส่งมอบงานหรือการติดตั้งสินค้าที่ไม่ได้ตามที่ตกลงไว้

 

4. ช่วยให้คุณสามารถรักษาลูกค้าชั้นดีเอาไว้ตราบนานเท่านั้น

 

ลูกค้าชั้นดี สังเกตง่ายๆ ก็คือลูกค้าที่ซื้อซ้ำกับคุณบ่อยๆ นั่นเอง ไม่ว่าจะหน้าใหม่หรือหน้าเก่า ถ้าพวกเขาซื้อซ้ำก็การันตีได้แล้วว่าสินค้าและบริการของคุณนั้นทำให้พวกเขาได้รับประสบการณ์การซื้อที่ดีแล้วล่ะครับ การบันทึกสถานะการซื้อขายหรือการเข้าเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณทราบถึงสถานการณ์การใช้สินค้าในปัจจุบันของพวกเขา เช่น คุณเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าว่าพวกเขาควรซื้อสินค้าจากคุณมากขึ้น เพราะข้อมูลของลูกค้าบ่งชี้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงใช้สินค้าและราคาตอนนี้เป็นราคาที่ดีที่สุด พวกเขาจะประทับใจคุณเป็นอย่างมาก หรือแม้แต่การเข้าไปดูแลรักษาระบบให้ลูกค้า เช่น ช่วงเทศกาล คุณมีโปรแกรมตรวจสอบการใช้งานก่อนวันหยุดยาวเพื่อความอุ่นใจ เป็นต้น

 

5. ช่วยให้คุณได้สุดยอดฐานข้อมูลเอาไว้ตั้งตัวกับที่ใหม่หรือทำธุรกิจส่วนตัว

 

เซลล์รีพอร์ทคือผลงานของคุณแทบจะ 100% เพราะคุณสร้างมันเองกับมือ ที่สำคัญคือ "คอนเน็กชั่น" โดยเฉพาะการหาลูกค้าใหม่จาก 0 ที่คุณหามาได้อย่างยากลำบากคือสิ่งที่คุณเป็นผู้ทำมาทั้งนั้น ไม่ใช่เจ้านายของคุณแต่อย่างใด เมื่อถึงเวลาที่คุณได้โอกาสใหม่ๆ หรืออยากออกไปตั้งตัวทำธุรกิจด้วยตนเอง สมบัติล้ำค่าที่จะทำให้คุณรวยได้อย่างรวดเร็วแบบที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ก็คือข้อมูลลูกค้าทั้งเกรด A, B หรือ C ทั้งหมดนั่นเองครับ คุณจะมีข้อมูลดีๆ ตั้งแต่ ชื่อ เบอร์ สถานะการซือ ฯลฯ เพื่อให้คุณต่อยอดการขายได้อย่างไม่มีสะดุด เรียกได้ว่าไปอยูที่ไหนก็ขายของได้ทันที เพราะมีฐานลูกค้าเก่าที่ซื้อเพราะตัวคุณอยู่ยังไงล่ะครับ 

้รู้อย่างนี้แล้วยังจะมีเหตุผลที่จะไม่ลงมือทำเซลล์รีพอร์ทกันอีกมั้ยครับ ขี้เกียจทำก็ไม่รวยและไม่ประสบความสำเร็จ ผมจึงเขียนข้อดีของการทำเซลล์รีพอร์ทให้กับคุณเรียบร้อยแล้วครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม
SALE100MILLION OCT_Sale Mastery 16-9 ban

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd