in

ใครคือผู้ก่อตั้ง 'Salesforce' ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกแห่งการขายไปตลอดกาล

เคยได้ยินคำว่า “Salesforce” (เซลล์ฟอร์ซ) กันมาก่อนรึปล่าวครับ?

ถ้าคุณเป็นนักขายบริษัทข้ามชาติ บริษัทฝรั่ง หรือบริษัทคนไทยที่ค่อนข้างใหญ่โต มีระบบไอทีที่ช่วยให้นักขายทำงานได้อย่างทันสมัย คุณคงเคยได้ยินคำคำนี้อย่างแน่นอน มันคือผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีที่ช่วยให้นักขายและผู้บริหารฝ่ายขายทำงานได้ง่ายขึ้นกว่าการใช้เซลล์รีพอร์ทที่เป็นแบบไมโครซอฟท์เอ็กเซล (Microsoft Excel)

Salesforce คือบริษัทด้านนวัตกรรมผู้อยู่เบื้องหลังโซลูชัน CRM (Customer Relationship Management) หรือเรียกง่ายๆ ว่าเซลล์รีพอร์ทแบบออนไลน์ อันดับหนึ่งของโลก ซอฟต์แวร์ของ Salesforce เป็นซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในการติดตั้งหรือจัดการแต่อย่างใด คุณเพียงแค่เข้าสู่ระบบลงชื่อเข้าสู่ระบบแล้วเริ่มใช้งานได้ทันที เป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา

ความน่าสนใจมากกว่านั้นคือเมื่อคุณพูดถึงบริษัทด้านนวัตกรรมยักษ์ใหญ่ที่มาจากอเมริกา คุณคงนึกถึงบริษัท Apple, Facebook, Google, Amazon, IBM, Dell, Microsoft ฯลฯ ถ้าผมถามคุณว่าบริษัทไหน “น่าทำงานที่สุดในโลก” คุณคงพูดถึงชื่อเหล่านี้ ไม่กูเกิ้ลก็เฟซบุ้คหรือแอปเปิ้ลแหงๆ

แต่เชื่อผมมั้ยครับว่านิตยสารด้านธุรกิจชื่อดังอย่างฟอร์บส์ (Forbes) ได้จัดอันดับให้บริษัท Salesforce เป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกของปี 2018 ซึ่งนวัตกรรมและ “ผู้นำ” หรือผู้ก่อตั้งบริษัทนี้จะต้องเป็นคนที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ ถึงได้สร้างสรรค์นวัตกรรมดีๆ ที่เปลี่ยนโลกแห่งการขายไปตลอดกาล แทบจะทุกบริษัทชั้นนำที่มีทีมขายทั้ง B2B และ B2C ได้ใช้งานนวัตกรรมนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขายให้กับทีม บริษัทผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

คุณสามารถ คลิก เพื่ออ่านเหตุผลที่ทำไมองค์กรของคุณถึงควรเลือกใช้ Salesforce กับทีมขายได้เลยครับ

เมื่อพูดถึงผู้ก่อตั้งบริษัทด้านนวัตกรรมชั้นนำ คุณอาจจะนึกถึงชื่อของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กแห่งเฟซบุ้ค สตีฟ จ็อบส์ของแอปเปิ้ล หรือบิลล์ เกตส์แห่งไมโครซอฟท์ แต่ผมมั่นใจว่าคุณอาจไม่เคยรู้จักผู้ก่อตั้งบริษัท Salesforce ที่เป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกมาก่อนอย่างแน่นอน

ผมจึงขอเล่าชีวประวัติรวมถึงสิ่งที่น่าสนใจของผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของบริษัท Salesforce กันเลยครับ

CEO Marc Benioff

Marc Russell Benioff เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีด้านธุรกิจไอทีของโลก และยังเป็นนักปรัชญาสังคมที่มีชื่อเสียง เขาเป็นทั้งผู้ก่อตั้งกับประธานบริษัท Salesforce อายุ 54 ปี เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา เขาถูกประเมินทรัพย์สินที่มีอยู่มากถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ

เขาเริ่มก่อตั้งบริษัท Salesforce เมื่อปี 1999 ภายในห้องเช่าอพาร์ทเมนต์เล็กๆ ที่เมือง ซาน ฟรานซิสโก และได้สร้างระบบที่เกี่ยวกับซอฟท์แวร์บนโลกออนไลน์ขึ้นมาผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อทดแทนซอฟท์แวร์แบบเดิมๆ ที่ต้องติดตั้งผ่านแผ่นซีดีทีละเครื่อง ซึ่งใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร เขาได้สร้างแพลตฟอร์มหรือรูปแบบของซอฟท์แวร์บนคลาวด์และเรียกชื่อแพลตฟอร์มของเขาว่า Salesforce Cloud

เขายังเป็นผู้ริเริ่มปรัชญาการทำงานที่สำคัญแบบ “1-1-1 Model” ตั้งแต่ปี 2000 ซึ่งก็คือบริษัทจะให้ผลตอบแทน 1% จากการขายสินค้า 1% จากสินทรัพย์ (หุ้น) และ 1% จากเวลาทำงานของพนักงานให้ไปใช้เวลาเพื่อสังคมทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลเมื่อปี 2016 บริษัท Salesforce ได้มอบเงินถึง 115 ล้านเหรียญสหรัฐและให้เงินพนักงานค่าอาสาสมัครถึง 1.3 ล้านเหรียญฯ ซึ่งได้นำไปมอบให้องค์กรการกุศลมากกว่า 28,000 แห่ง และยังสามารถใช้งานระบบ Salesforce ได้ฟรี ปรัชญานี้ได้มีบริษัทมากกว่า 700 แห่งทั่วโลกนำไปปรับใช้กับองค์กร

Marc Benioff เกิดในครอบครัวของชาวยิว อาศัยและเติบโตในเมือง ซาน ฟรานซิสโก ตั้งแต่เด็ก พอถึงช่วงวัยรุ่นก็ฉายแววความเก่งออกมาเลยตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม โดยช่วงนั้นเขาได้ขายแอปพลิเคชั่นซึ่งคิดค้นขึ้นมาเองชื่อว่า ‘How to Juggle’ ในราคา 75$ เมื่ออายุ 15 ปีก็เริ่มก่อตั้งบริษัท Liberty Software ซึ่งทำธุรกิจสร้างและขายเกมสำหรับเครื่องอาตาริแบบ 8 บิต (Atari 8-bit) พออายุ 16 ปีเขาก็ทำเงินได้ถึงเดือนละ 1,500$ จากค่าบริการของธุรกิจที่เขาสร้างขึ้น ทำให้เขาสามารถเข้าเรียนโดยไม่ต้องแบมือขอเงินพ่อแม่อีกต่อไปแล้ว

เมื่อเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่ University of Southern California เขาได้เข้าเรียนวิชาภาษา Assembly (เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่เรียนยากมากๆ) ในภาควิชาเกี่ยวกับเครื่องแมคอินทอชทีเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของบริษัทแอปเปิ้ล ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจจากพี่สตีฟ จ็อปส์ ไอดอลของเขานั่นเอง

หลังจากเรียนจบแล้ว เขาก็มุ่งมั่นที่จะเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่อาจารย์ของเขาได้แนะนำให้เขาลองทำงานเพื่อให้ได้ประสบการณ์ในเรื่องของลูกค้า เข้าจึงได้ร่วมงานกับบริษัท Oracle Corporation (เป็นบริษัทด้านไอทีเบอร์ต้นๆ ของโลก) ในแผนกบริการลูกค้า ซึ่งนี่แหละทำให้เขาได้ไอเดียในการสร้างระบบเพื่อใช้สนับสนุนลูกค้าในอนาคต

เขาใช้เวลากับบริษัท Oracle ถึง 13 ปีเต็มก่อนที่จะเริ่มก่อตั้งบริษัท Salesforce ของเขาเอง เขาได้ทำงานที่หลากหลายในตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด และฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ แถมเมื่อตอนที่เขาอายุ 23 เขาได้รับการมอบรางวัล ‘Oracle Rookie of the Year’ และใช้เวลาอีก 3 ปีหลังจากนั้นก็ถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง Vice President อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท Oracle (อายุแค่ 26 ปีเอง)

หลังจากที่เขาลาออกจากบริษัท Oracle และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการขาย การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเต็มเปี่ยม ได้เรียนรู้การใช้ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่และได้จากลูกค้า ทำให้เขาพัฒนาแพลตฟอร์ม CRM และย่อเซลล์รีพอร์ทให้ใช้งานแบบออนไลน์ได้ ลดความยุ่งยากในการเปิดไฟล์ Microsoft Excel ในการเช็ครายงานการขายของนักขายแต่ละคนได้อย่างสมบูรณ์ นี่คือระบบที่ “พลิกโลก” แห่งการขายไปตลอดกาล

ชื่อของเขาได้ถูกบรรจุอยู่ในหนึ่งผู้นำที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีจากนิตยสาร Forbes ในปี 2016 และได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Fortune ให้เป็น Business Person of the year และได้รับการยกย่องจากอีกหลายๆ สำนัก ถือว่าเป็นสุดยอด CEO ของโลกที่พวกคุณไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาเทพขนาดนี้ก็เป็นได้

และนี่คือประวัติคราวๆ ของบุคคลที่ผมเคารพนับถือมากในการนำนวัตกรรมด้านไอทีมาปรับใช้กับระบบการขาย โดยเฉพาะรายงานการขายที่ถูกยกระดับจากไฟล์ Excel ธรรมดามาอยู่บนโลกออนไลน์ คุณจะสามารถบันทึกเซลล์รีพอร์ทจากที่ไหนและเวลาใดก็ได้ ขอให้มีอินเตอร์เน็ต และผู้จัดการฝ่ายขายสามารถดูรีพอร์ตได้ง่ายขึ้น แถมยังลดเวลาได้มากขึ้นอีกเยอะเลยล่ะครับ 

ที่มาเพิ่มเติม: https://en.wikipedia.org/wiki/Marc_Benioff

https://en.wikipedia.org/wiki/Salesforce.com

8 นักขายจากโลกภาพยนตร์ที่คุณควรเอาเป็นแบบอย่าง

‘Customer Experiences’ คือที่สุดของการขายในยุคนี้