in ,

สไลด์นำเสนอลูกค้าองค์กร ควรมีข้อมูลอะไรบ้าง

บทความนี้จะพูดถึงการนำสไลด์นำเสนอ (Presentation Slide) สำหรับการพรีเซนต์แบบองค์กร (B2B) ต่อหน้าลูกค้านะครับ ผมเชื่อว่าหลายๆ บริษัทคงมีรูปแบบสไลด์ที่ไม่เหมือนกัน อย่างน้อยก็เรื่องโลโก้ล่ะ (ฮา)

คุณคงคิดว่าการทำสไลด์ที่มีลูกเล่นแพรวพราวคงสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้าไม่มากก็น้อย อย่างน้อยก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจและติดตามคุณมากกว่าการทำสไลด์ที่ไม่มีเทคนิคอะไรมากกว่าแน่นอน

แต่แก่นแท้ของการทำสไลด์ไม่ได้อยู่ที่การออกแบบให้มันมีรูปแบบที่สวยงามสไตล์สตีฟ จ๊อบส์ (ผู้ล่วงลับ) ที่มักใช้สไลด์นำเสนอขั้นเทพเวลาพูดเปิดตัวไอโฟนหรือไอแพดใหม่ในงาน WWDC (งานเปิดตัวสินค้าประจำปี) ซึ่งได้รับการยกย่องว่านี่คือวิธีการทำสไลด์นำเสนอที่ “ดีที่สุดในโลก” ถึงขนาดว่ามีบริษัทต่างๆ ได้นำมาปรับใช้กันมากเลย

และนี่คือส่วนประกอบของสไลด์นำเสนอที่มีความสมบูรณ์ มาดูกันบ้างครับว่าควรมีส่วนประกอบอะไรบ้าง


1. ข้อมูลของบริษัท

ควรมีข้อมูลพอสังเขป แต่ไม่ต้องยาวมาก ไม่จำเป็นต้องใส่ประวัติอันยาวเฟื้อยหรือบอกว่าบริษัทคุณยิ่งใหญ่และรวยขนาดไหน เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าไม่ค่อยสนใจว่าบริษัทคุณรวยแค่ไหนหรอกครับ พวกเขาสนว่าคุณจะทำประโยชน์อะไรให้ได้มากกว่า แต่หลักๆ ที่ควรมีก็คือธุรกิจของบริษัทคุณว่าทำอะไร จำนวนพนักงานผู้เชี่ยวชาญมากแค่ไหน เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอะไรบ้าง มีสำนักงานต่างประเทศ (ถ้ามี) คร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ครับ แต่ตอนนำเสนอก็ให้เล่าผ่านๆ พอเข้าใจได้ง่ายๆ ก็พอครับ

2. พอร์ทหรือผลงานความสำเร็จของบริษัท

นี่คือส่วนประกอบสำคัญที่คุณสามารถ “โม้” ได้เต็มปาก นั่นก็คือพอร์ทแห่งความสำเร็จที่บ่งบอกว่าคุณมีลูกค้าอะไรในมือบ้าง เคยทำโปรเจคสำเร็จที่ไหนมาบ้าง การทำสไลด์ก็ง่ายๆ ด้วยการเอาโลโก้บริษัทลูกค้าเข้าไปใส่ โดยเฉพาะลูกค้าบริษัทดัง คุณสามารถแบ่งโลโก้เป็นหมวดหมู่ตามประเภทอุตสาหกรรม เช่น การเงิน โรงงาน รถยนต์ สื่อสาร ฯลฯ โดยการเอามาใช้นำเสนอก็ไม่ยากด้วยการเลือกเล่าเรื่องราวบริษัทยักษ์ใหญ่ที่คุณปิดงานจนสำเร็จซึ่งควรเป็นธุรกิจที่ใกล้เคียงหรือเป็นคู่แข่งกันโดยตรงก็ยิ่งดี อาจมีรูปภาพประกอบกับลูกค้าระดับ CEO เพื่อความน่าเชื่อถือ หรือมีรูปภาพงานของจริงที่เคยทำสำเร็จมาแล้วเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

3. ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่คุณทำ

เป็นส่วนประกอบหลักอีกเช่นกัน ซึ่งไม่ผิดที่คุณจะยัดทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณขายลงในสไลด์เดียว คุณสามารถอัดข้อมูลรูปภาพ สเปคของสินค้า หรืองานบริการต่างๆ เพียงแต่หลักการง่ายๆ ที่ทำให้สไลด์น่าสนใจขึ้นก็คือการใช้ตัวหนังสือน้อยๆ และเน้นรูปหรือไฟล์วีดีโอ ที่สามารถอัดใส่สไลด์ประกอบการนำเสนอ เทคนิคการเล่าไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องพรีเซนต์ทั้งหมด เพียงแต่ “ให้เลือกเล่า” สินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า หรือมาจากการถามคำถามในตอนแรก ซึ่งเปรียบได้กับคุณเตรียมข้อมูลมา 10 ส่วน แต่ตรงกับลูกค้า 3 ส่วน คุณก็เลือกเล่าสินค้าและบริการแค่ 3 ส่วนก็พอครับ ที่เหลือก็ข้ามๆ ไป

4. ข้อมูลเชิงตัวเลข

ตัวเลข เป็นสิ่งที่ไม่เคยโกหกใคร นี่คือส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้งานนำเสนอของคุณน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนองานที่ต้องมีผลลัพธ์เชิงตัวเลข เช่น ประสิทธิภาพ สมรรถนะ เป็นต้น ซึ่งสไลด์นำเสนอหน้านี้คุณสามารถยกกรณีศึกษา จากลูกค้ารายที่ผ่านมาและให้ข้อมูลประกอบว่าสินค้าและบริการ หรือที่เรียกรวมๆ ว่า “โซลูชั่น” สามารถทำให้ตัวเลขของธุรกิจลูกค้าดีขึ้นได้อย่างไร เช่น มีตัวเลขการผลิตจากเครื่องจักรของคุณดีขึ้น ตัวเลขลดต้นทุนธุรกิจของลูกค้าดีขึ้น ตัวเลขงานด้านการตลาดออนไลน์ที่สูงขึ้น เป็นต้น นี่คือข้อมููลที่ทำให้คุณดูน่าเชื่อถือแบบสุดๆ ครับ เพราะการขายแบบองค์กรจะโม้ยากมาก ตัวเลขจะเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเห็นความเป็นไปได้

5. สไลด์รวมผลงานของบริษัท

คุณควรมีสไลด์หน้านี้แยกต่อจากพอร์ทโลโก้บริษัทลูกค้า โดยระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่ทำ รายละเอียด และผลลัพธ์หลังจากที่ได้ดำเนินงานแล้ว สไลด์หน้านี้จะช่วยให้ลูกค้าเกิดความต้องการและอยากได้ผลลัพธ์เหมือนกับที่คุณไปทำงานกับลูกค้ารายอื่นมา ข้อมูลในหน้านี้ควรมีรูปภาพหรือวีดีโอประกอบเพื่อความเข้าใจง่ายและน่าเชื่อถือจากของจริง


นี่คือ 5 องค์ประกอบหลักของสไลด์นำเสนอแบบมืออาชีพครับ

What do you think?

เล่าเรื่องอย่างไรให้เหมือนไม่โม้ต่อลูกค้า

ทำไมถึงต้องเลือกขายกับ ผู้อำนาจตัดสินใจ