สูตรการสัมภาษณ์งานตำแหน่งนักขายขั้นเทพ

 

มีคำถามหลังไมค์และในไลน์ส่งเข้ามาถามผมเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับวิธีการสัมภาษณ์งานในตำแหน่ง "นักขาย" ให้ได้งาน ก่อนที่ผมจะแชร์เทคนิคชั้นเยี่ยมสำหรับการสัมภาษณ์งาน ต้องขอชมเชยเด็กรุ่นใหม่หลายๆ คนที่สนใจ เห็นความสำคัญและตั้งใจทำงานในตำแหน่ง "นักขาย" หรือ "เซลล์" กันมากขึ้นนะครับ 

 

การสัมภาษณ์งานก็คือการ "ขาย" ตัวเองเพื่อให้ได้งาน ในเมื่อคุณเองสมัครงานตำแหน่ง "นักขาย" บริษัทฯ จะดู "วิธีการขาย" ตัวคุณเองว่าเวิร์คแค่ไหน มีวิธีการทำงานในหัวอย่างไร ถึงจะสร้างความเชื่อมันให้พวกเค้าได้ในฐานะ "ผู้ซื้อเวลา" โดยให้ค่าตอบแทนคุณด้วยเงินเดือนและคอมมิชชั่นต่อไปนั่นเองครับ

 

สำหรับตำแหน่งนักขายเองก็เช่นกัน ยิ่งคุณบินสูงไปสู่บริษัทที่คุณใฝ่ฝันมากขึ้นเท่าไหร่ ความยากในการสัมภาษณ์งานแต่ละครั้งก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเมื่อคุณมีโอกาสสัมภาษณ์งานในตำแหน่งนี้ ผมขอเป็นส่วนหนึ่งให้คุณมี "อาวุธ" ในการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตที่สดใส มาดูสูตรของผมกันเลยครับ ใช้ได้กับองค์กรทุกระดับเลย

1. ทำการบ้านเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทฯ ที่คุณมีสัมภาษณ์

 

ข้อแรกนี้เป็นสิ่งที่นักขายทุกคน "ต้องรู้" เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทฯ ที่เรียกคุณสัมภาษณ์เบื้องต้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์มักจะถามคุณเกี่ยวกับบริษัทฯ ของเขา เพื่อเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณเป็นนักขายที่ทำการบ้านก่อนเสมอ คุณควรทำการบ้านมาให้พร้อมและไม่ควรมีข้ออ้างว่าไม่รู้เกี่ยวกับบริษัทฯ ของลูกค้า เพราะเดี๋ยวนี้คุณสามารถหาข้อมูลได้ง่ายจากอินเทอร์เน็ต คุณควรจะรู้ว่าบริษัทฯ ของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรบ้าง มีสินค้า บริการ กลุ่มลูกค้าของพวกเขาและคู่แข่งทางการตลาด

 

2. การแต่งกายและบุคลิกภาพ

 

ข้อนี้คงไม่ต้องบอกนะครับ ความประทับใจแรกพบ (First Impression) เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะคุณอาจจะมีโอกาสแค่ครั้งเดียวในการสัมภาษณ์งานกับบริษัทฯ ในฝันของคุณ จึงจำเป็นต้องแต่งกายให้ดูดี มืออาชีพที่สุด ถ้าเป็นระดับจูเนียร์ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว มีไทด์ ก็ทำให้คุณดูดีได้ครับ แต่ถ้าสัมภาษณ์ตำแหน่งระดับซีเนียร์ขึ้นไป ควรมีสูทสีสุภาพร่วมด้วยอยู่เสมอ ควรใช้ไทด์สีโทนเข้มจะทำให้คุณดูมีพลังและเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นครับ

 

บุคลิกภาพ เรื่องนี้สำหรับนักขายมืออาชีพคงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่สำหรับรุ่นจูเนียร์ ให้หาคู่ซ้อมและให้ช่วยดูเรื่องบุคลิกภาพ ควรนึกถึงไอดอลนักธุรกิจมาดนิ่งๆ เท่ห์ๆ มั่นใจและสวมหัวใจคิดไปเลยว่าคุณเป็นคนคนนั้นจริงๆ (Fake it until you make it) บอกตัวเองว่าคุณเป็นเซลล์ร้อยล้านและพกพาความมั่นใจกับวิธีการขายมืออาชีพมาอย่างเต็มเปี่ยม สิ่งที่คุณคิดและคุณเป็นจะสื่อออกมาจากภาษากาย น้ำเสียง วาจา ไหวพริบเองครับ

 

3. คิดซะว่าการสัมภาษณ์งานคือการเข้าพบลูกค้า

 

แน่นอนครับว่าวันนี้คุณมาสัมภาษณ์งานเพื่อ "ขายตัวเอง" ดังนั้นผู้สัมภาษณ์ก็คือ "ลูกค้า" ของคุณนั่นเองครับ คุณเข้ามาเพื่อนำเสนอตัวเองให้ลูกค้าของคุณมาซื้อตัวคุณไป ดังนั้นสิ่งดีๆ ที่คุณทำกับลูกค้าเกรดเอของคุณมาก่อน เช่น การพูดจาที่ดี เป็นมิตร แฝงด้วยรอยยิ้ม คิดง่ายๆ นะครับว่าเวลาลูกค้ากวนตีนคุณอย่างไร สีหน้าคุณก็ยังนิ่ง มีรอยยิ้ม ไม่กล้าชักสีหน้าใส่อยู่แน่นอน ซึ่งถ้าคุณคิดฝังหัวว่าผู้สัมภาษณ์ก็คือลูกค้าคนหนึ่ง คุณจะรับมือกับคำถามกวนโอ้ยได้อย่างมั่นใจ บางทีผู้สัมภาษณ์ถามกวนตีนคุณเพื่อทดสอบคุณ เพราะเวลาคุณอยู่ต่อหน้าลูกค้าของพวกเขาจริงๆ คุณจะพลาดเรื่องนี้ไม่ได้เลยนั่นเอง

 

4. แชร์วิธีการทำเงินให้กับผู้สัมภาษณ์ด้วยระบบการขาย (สำคัญที่สุด)

 

คำถามเด็ดที่จะวัดผลว่าจะ "เอา" หรือ "ไม่เอา" คุณมาเป็นนักขาย ก็คือคำถามที่ถามตัวคุณว่าคุณจะทำเงินให้พวกเขาอย่างไร คุณมีวิธีขายอย่างไรบ้าง 

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดแล้ว สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์จะ "ซื้อ" ตัวคุณนั่นคือความเชื่อมั่นในตัวคุณว่าคุณจะสามารถทำเงินให้เขาได้ ด้วยวิธีการที่พิสูจน์ วัดผลได้จริง ต่อให้คุณโม้หรือพูดมากแค่ไหนว่า...

 

"คุณรักและชอบงานขายมาก เกิดมาเพื่อทำงานนี้"

"คุณตั้งใจพัฒนาความสามารถให้บริษัทเกินคุ้มค่าจ้าง"

"คุณตั้งเป้ายอดขายของบริษัทฯ ให้มากกว่า 150%"

 

คำตอบเหล่านี้เป็นสิ่งดีครับ แต่ข่าวร้ายคือ มันไม่สามารถวัดผลอะไรได้เลย ถ้าคุณได้มีโอกาสสัมภาษณ์งานกับบริษัทระดับโลก พวกเขาจะมองว่าคุณโม้ทันที และพวกเขารู้สึกเฉยๆ เพราะสัมภาษณ์นักขายมานักต่อนัก นักขายส่วนใหญ่จะตอบทำนองนี้มากกว่าบอกวิธีการทำงานว่าจะทำอย่างไรถึงจะขายของได้ คุณต้องพูดเรื่องระบบการขายในหัวคุณออกมา ไม่ว่าผู้สัมภาษณ์จะถามหรือไม่ถาม คุณต้องเล่าให้พวกเขาฟังให้ได้ประมาณนี้

 

- คุณทำกิจกรรมทางการขาย (ทำนัด) ได้นัดใหม่เฉลี่ยวันละ 3-4 นัดทุกวันขึ้นไป

- คุณโทรหาลูกค้าวันละ 15-20 นัด เพื่อทำนัด ตามงาน อัพเดทงาน

- คุณมีแผนการในการตามงานที่ดี เช่น ทำตารางเวลาว่าจะตามงานช่วงไหนบ้าง วางแผนได้ว่าแต่ละรายจะสามารถปิดดีลได้ช่วงไหนบ้าง

- คุณเห็นความสำคัญและอัพเดทเซลล์รีพอร์ทให้ล่าสุดอยู่ตลอดเวลา เพื่อติดตามสถานะของลูกค้าและเอาไว้ใช้ตามงาน

- คุณมีหลักการการตั้งราคาที่ดี และเน้นการขายแบบเน้นคุณค่าก่อนราคา

- คุณมีวิธีการดูแลลูกค้าหลังการขาย เช่น มีแผนเข้าเยี่ยมลูกค้าเก่าทุกๆ เดือน เป็นต้น

- ฯลฯ อะไรก็ตามที่จับต้องได้แบบเป็นตัวเลข นี่คือสิ่งที่คุณต้องเล่าให้พวกเขาฟังครับ

 

จำไว้นะครับ แก่นแท้ของการขายที่ทำให้ผู้สัมภาษณ์เชื่อได้ว่าคุณสามารถขายของได้จริงคือ "กิจกรรมทางการขาย" สิ่งนี้มันคือสมการทางตัวเลขง่ายๆ ครับ ยิ่งคุณทำนัด นำเสนอ ติดตามผล เจรจาต่อรอง ปิดการขาย ลูกค้าใหม่ได้มากเท่าไหร่ ตัวเลขก็ยิ่งเข้ามามากขึ้นเท่านั้น สิ่งนี้คือหลัก "คณิตศาสตร์" ไม่ใช่เพียงแค่ "ลมปาก" แล้วคุณจะขายตัวเองได้

 

5. Social Proof ด้วยผลงานแห่งความสำเร็จที่ผ่านๆ มา

 

เหมือนกับการขายของให้ลูกค้า คุณควรเล่า Social Proof ที่เป็นความสำเร็จจากการทำงานที่ผ่านมา ยิ่งเป็นธุรกิจที่ใกล้เคียงหรือเป็นคู่แข่งโดยตรงยิ่งดี เช่น

 

- ปีที่แล้วคุณทำตัวเลขเกิน 100% ติดต่อกัน 4 ควอเตอร์ (Quarter)

- เป็นท็อปเซลล์ของบริษัทปัจจุบัน

- คุณเข้าพบลูกค้าได้สัปดาห์ละ 15 นัดขึ้นไป

- เป็นนักขายที่แบกทีมจากไม่มียอดขายเลย เป็นมียอดขายสิบล้าน ร้อยล้าน พันล้าน

- ฯลฯ

 

อะไรก็ตามที่เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และเป็นของจริง ท้าพิสูจน์ได้ คุณสามารถโม้ได้เต็มที่ครับ สิ่งนี้แหละที่ผู้สัมภาษณ์อยากได้ยิน คือความสำเร็จที่จับต้องได้ พวกเค้าจะรู้สึกมั่นใจและเชื่อใจคุณมากยิ่งขึ้น (หลักการเหมือนปิดการขายลูกค้าด้วยการเล่าเรื่อง)

 

แต่ถ้าไม่มีเลยก็ไม่เป็นไรครับ ให้พูดเรื่องกิจกรรมทางการขายที่คุณทำอย่างสม่ำเสมอแทน เช่น ทำนัดลูกค้าได้ทุกวัน วันละ 4-5 นัดเป็นต้น หรือถ้าจบใหม่ก็เล่าความสำเร็จในการเรียนว่าคุณเป็นคนที่มีวินัย แบ่งเวลาดี เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็พอจะบอกได้ว่าเด็กจบใหม่ก็มีศักยภาพในการปั้นให้เป็นนักขายที่ดีได้เหมือนกันครับ

 

6. ถามวัดใจไปเลยเพื่อปิดการขาย 

 

ง่ายๆ ครับ ถ้าการสัมภาษณ์มีฟีลลิ่งที่ดูดี คุณเล่าวิธีการขายจนเค้าประทับใจ (จากข้อ 4 และข้อ 5) ก็ได้เวลาปิดการขายแล้วครับ ถามวัดใจไปได้เลย เช่น
 

"พร้อมจะเริ่มงานกันเลยมั้ยครับ?"

"ช่วงเวลาพิจารณาเลือกพนักงานเป็นช่วงไหนครับ?"

"มีขั้นตอนการพิจารณาหรือต้องมีคนตัดสินใจเพิ่มเติมมั้ยครับ?"

 

ส่วนใหญ่จะได้รับคำตอบเชิงบวกจนผู้สัมภาษณ์ปฎิเสธคุณไม่ลงแน่นอน หรือได้เลื่อนเป็นมือวางอันดับต้นๆ (Shortlist) แน่ๆ ครับ อาจจะได้รับโอกาสไปต่อ สำหรับการสัมภาษณ์งานกับผู้บริหารระดับสูง ชาวต่างชาติ CEO เจ้าของบริษัทเพื่อไปวัดใจกันในด่านสุดท้าย ก็ไม่ยากครับ เหมือนตอนคุณขายของแล้วเจอผู้มีอำนาจตัดสินใจ (Decision Maker) เปี๊ยบ ทำแบบเดียวกันได้เลย

ส่วนที่สำคัญที่สุดในการสัมภาษณ์งานกับบริษัทระดับโลกคือวิธีการขายที่อยู่ในหัวคุณแบบข้อที่ 4 นะครับ ผมเอาสูตรมาบอกเลยก็แล้วกัน เอาวิธีการขายของผมในเว็ปแบบ B2B ไปเล่าได้เลยครับ ฝรั่ง CEO ชอบทุกคนแน่นอน (ยิ้ม..)

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม
SALE100MILLION OCT_Sale Mastery 16-9 ban

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd