in

แตกต่างอย่างมีสไตล์

ยุคนี้เป็นยุคใหม่ ใครโดดเด่น (แล้วโลกจำ) มักจะเป็นที่สนใจ ทำอะไรก็ง่ายขึ้น แม้แต่การทำงานนักขายเองก็เช่นกัน เอาเป็นว่าเดี๋ยวหาว่าผมโม้ คุณดูเหล่ายูทูเบอร์เกิดใหม่ที่มีสไตล์เป็นของตนเองแบบไม่ต้องเฟค เช่น บัง ฮาซัน พิมรี่พาย นัท นิสามณี ฯลฯ พวกเขาเหล่านี้พูดอะไรใครก็เชื่อ ขายอะไรใครก็ซื้อตาม

เพราะยุคนี้เป็นยุคของความมีตัวตน (Bold) คือเอกลักษณ์ของการสร้างจุดเด่นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ขาวสะอาด ถูกกฎหมาย ไม่ได้เฟค ยังไงมันก็เป็นสิ่งที่คุณควรลองทำตามดูนะครับ เพื่อสร้างความแตกต่างกับนักขายแบบธรรมดากับนักขายขั้นเทพที่แท้ทรู ดังนี้ครับ

1. แต่งตัวให้หล่อหรือแม้แต่ตอนทำนัดผ่านวีดีโอก็ต้องหล่อไว้ก่อน

เชื่อเถอะตอนนี้นักขายคู่แข่งคุณกำลังใส่ชุดอยู่บ้านชิลๆ ส่วนคุณก็แต่งชุดแบบจัดเต็ม เชิ้ตขาว ใส่สูทได้ยิ่งดี รับรองว่าแค่นี้ก็เห็นผลเรื่องความแตกต่างแล้วล่ะครับ อีกอย่างมันก็ไม่เสียหายอะไรเลยที่คุณจะแต่งตัวให้ดูดีในฐานะนักธุรกิจที่แม้ว่าคุยผ่านวีดีโอก็ตาม รับรองว่าแค่นี้ก็มีสไตล์มากแล้วล่ะครับ

2. ความเร็วคือทุกสิ่ง

เป็นกฎที่ควรท่องไว้อย่างขึ้นใจ ทำงานให้ไวเข้าไว้ มาตามนัดหรือเข้าประชุมผ่านวีดีโอก่อนเวลาซัก 5-10 นาทีเสมอ และที่สำคัญคือการวัดผลสปีดการทำงานที่รวดเร็วแบบง่ายๆ ไล่ตั้งแต่การรีบส่งอีเมลแบบทันทีทันใด ได้เมลมาก็รีบตอบ และที่สำคัญคือต้องละเอียดด้วย ถ้าลูกค้าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม เช่น แชตทมาถาม เมลมาตาม โทรมาบอก แล้วคุณรีบจัดการให้พวกเขาภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที ถ้าไม่ติดอะไร รับรองว่าแตกต่างแบบมีสไตล์แน่นอน

3. เน้นการสนทนาในรูปแบบผลประโยชน์กับธุรกิจเป็นหลัก

พยายามปรับการสนทนาจากการคุยแต่เรื่องสร้างความสนิทสนม ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของลูกค้าใดๆ เช่น ดินฟ้าอากาศ การเมือง ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ มาเป็นการพูดคุยเรื่องผลประโยชน์ของลูกค้า เช่น ประโยชน์ทางธุรกิจ การแก้ปัญหาทางธุรกิจ สิ่งที่พวกเขาประสบอยู่ ฯลฯ แบบเนื้อๆ สไตล์ที่ปรึกษา มากกว่าแค่นักขายธรรมดาที่เน้นแต่การสร้างความสัมพันธ์ การอยู่ในจุดยืนเรื่องการเป็นที่ปรึกษาจะสร้างความแตกต่างให้คุณเป็นนักธุรกิจระดับผู้บริหารที่ยอดเยี่ยม ลูกค้าระดับสูงสามารถสัมผัสได้แน่นอน

4. ติดตามงานหลังปิดการขายอย่างสม่ำเสมอ

นักขายแต่ละคนชอบหายหัวเวลาปิดการขายได้ ทำให้ลูกค้าเมื่อเจอปัญหามักมีดราม่าเป็นประจำ สิ่งนี้แหละที่ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อใจนักขายอย่างเต็มที่ก็เพราะว่ายามก่อนขายนักขายก็พูดดี ดูดี รับปากสั่วๆ ไป แต่หลังขายพอมีปัญหาก็หายหัว ซึ่งผมจะบอกคุณก็คือคุณจะไม่ทำอย่างนั้นโดยเด็ดขาด จงดูแลพวกเขาตลอดไปหลังการขายแล้วหลังจากนั้นผลลัพธ์ดีๆ คือการซื้อซ้ำแบบไม่เปลี่ยนเจ้าก็จะตามมาเองครับ

5. ยกระดับความสัมพันธ์ด้วยกิจกรรมที่แตกต่าง

กิจกรรมที่ยกกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าระดับ CEO แบบง่ายๆ ก็คือการชวนไปทำกิจกรรมร่วมกัน จงสืบให้รู้ว่าพวกเขาทำอะไร แล้วคุณก็ลองไปหัดฝึกความสามารถเหล่านั้น ถ้าเป็นระดับนักธุรกิจที่สำคัญมากๆ ก็เช่น การตีกอล์ฟ ซึ่งคุณก็ควรไปหัดตีกอล์ฟเพื่อตัวคุณเอง จากนั้นก็ชวนลูกค้าระดับนี้ไปออกรอบ รับรองว่าคุณจะกลายเป็นความสัมพันธ์แบบวงในได้ในเวลาอีกไม่นาน

What do you think?

ขายตัวเองก่อนดีไหม

บอกว่าขายไม่เก่ง เป็นแค่ข้ออ้าง