in

ยอดขายจะดีกว่านี้ได้ยังไงถ้ายังทำงานแบบนี้อยู่

ในที่สุดผมก็ค้นพบจนได้ครับว่าสาเหตุที่นักขายเช่นคุณทำยอดได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หรือโทษทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวว่าอะไรก็ไม่เป็นใจ เช่น สินค้าไม่ดี คู่แข่งเก่งกว่า ทีมงานไม่สนับสนุน ฯลฯ หรือแม้แต่อ้างเรื่องโควิดเลยก็ตาม จริงๆ แล้วให้หันมาดูตัวเองก่อนครับว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นเป็นเพราะตัวคุณเองนั่นแหละ มาดูกันว่าถ้ายังทำงานแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ต่างจากเดิม ชาตินี้ไม่มีทางเก่งไปกว่านี้แน่

1. โทรทำนัดลูกค้าใหม่น้อยเกินไป

กิจกรรมที่ง่ายๆ แถมใช้เวลาน้อยและได้ผลสูงสุดในการเข้าไปขายลูกค้า พวกคุณก็กลับขี้เกียจและกลัวว่าจะโดนปฎิเสธก็เลยไม่ค่อยทำกัน โทรหาลูกค้าแบบโทรแก้บน ซักวันละ 5 สายก็คิดว่าเยอะแล้ว ทั้งๆ ที่กิจกรรมนี้ไม่ต้องเห็นหน้าลูกค้าแต่อย่างใดแถมไม่ต้องเสียอะไรเลย (นอกจากเสียหน้าที่คุณคิดไปเอง) ดังนั้นจงแก้เรื่องนี้ก่อนไม่ว่าจะโทรหาลูกค้ารูปแบบไหนทั้งโทรตรงหรือมีเบอร์มือถือก็ต้องตั้งกติกาให้ตัวเองว่าจะโทรวันละมากกว่า 20 สายต่อวัน เชื่อเถอะว่าใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เสร็จครับ

2. หลับหูหลับตานำเสนอแบบท่องสไลด์มา

นอกจากจะไม่ทำการบ้านเกี่ยวกับลูกค้าและธุรกิจของพวกเขาก่อนเข้าพบแล้ว คุณยังติดการใช้สไลด์เดิมๆ เล่าตั้งแต่หน้าแรกจนจบแบบวนลูปไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ จึงทำให้การนำเสนอโดยเฉพาะครั้งแรกไม่ค่อยได้ผล ลูกค้าก้มหน้าหงึกๆ แล้วก็ขอบคุณครับแค่นั้น คุณจึงควรเปลี่ยนการเล่าสไลด์ทั้งหมดมาเป็นการถามคำถามแบบตรงๆ เรื่องสิ่งที่พวกเขาประสบอยู่หรือแม้แต่ถามปัญหาแล้วเลือกการนำเสนอให้ตอบโจทย์พวกเขาแบบเนื้อๆ จากนั้นก็เริ่มคุยเรื่องความเป็นไปได้ในการตั้งงบให้ได้ครับ

3. พินอบพิเทาหรือทรงดูสุภาพเกินเหตุ

จริงอยู่ที่ลูกค้าคือบุคคลสำคัญ คุณจึงไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองแล้วคิดว่าความสุภาพ นอบน้อม ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุณเกรงใจจนเกินเหตุ จริงๆ ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับสำหรับความสุภาพ แต่อะไรที่มันมากไปมักทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “คุณไม่มีทรง” จากนั้นก็ตัดสินว่าคุณเป็นเซลล์แมนที่จะทำอะไรก็ได้ทันที อำนาจต่อรองเลยไม่มี โดนลากไปคุยเรื่องราคา จงหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่ดูสุภาพเกินไป เช่น “ขออนุญาติครับ” “ขอโทษนะครับ” เป็นต้น ประเด็นคือคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย จงใช้บุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือว่าและรู้จักปฎิเสธในสิ่งที่คุณทำไม่ได้ พูดด้วยความจริงใจ มีฟอร์มของนักธุรกิจ เท่านี้ก็ทำให้ C-Level เชื่อถือแล้วครับ

4. ทำงานไม่เต็มเวลา 8 ชั่วโมง ไร้วินัยและชอบอู้งาน

เรื่องนี้แหละที่หลายๆ คนมักไม่ค่อยโทษตัวเอง โดยเฉพาะนักขายที่บริษัทอาจจะไม่ค่อยเข้มงวดมากนักเรื่องการรายงานตัวหรือเช็คคุณตลอดเวลาว่าเข้างานหรือไปหาลูกค้าจริง แถมยังมีช่วง Work from home อีกต่างหากจึงทำให้นักขายที่ชอบอู้งานและคิดว่าตัวเองควบคุมยอดขายได้นั้นทำงานจริงๆ ไม่ถึง 5 ชั่วโมงด้วยซ้ำครับ นอกนั้นก็เอาเวลาไปนั่งเล่นโซเชี่ยล กลับบ้าน หรือไปชิลที่อื่น ที่สำคัญคือนัดลูกค้าแค่วันละ 1-2 นัดเท่านั้น คุณจึงควรเพิ่มกิจกรรมนัดให้เป็น 3-4 นัดต่อวันและช่วงเย็นก็อัพเดทรายงานการขายให้เรียบร้อยก่อน 6 โมงเย็น จงรับผิดชอบสิ่งที่องค์กรให้คุณด้วยและอย่าเอาเปรียบองค์กรเลยครับ

5. ขาดการเข้าหาผู้จัดการฝ่ายขายหรือท็อปเซลล์

ถึงเจ้านายคุณจะห่วยแค่ไหนก็ตาม แต่เขาถูกจ้างมาเพื่อช่วยให้คุณเก่งและอำนวยความสะดวกการขายให้คุณครับ ถ้าพวกเขารับผิดชอบมากพอ พวกเขาช่วยคุณได้แน่ ดังนั้นต้องรู้จักเข้าหาบ่อยๆ และอย่าคิดว่าอาชีพนักขายสามารถทำงานคนเดียวได้ คุณจะต้องทำงานเป็นทีมและรู้จักเห็นอกเห็นใจกับสื่อสารทีมอื่นที่เกี่ยวข้องกับคุณให้ราบรื่น ที่สำคัญควรยอมรับฝีมือของท็อปเซลล์ด้วยความจริงใจจากนั้นก็ขอโอกาสพวกเขาในการเรียนรู้งานหรือขอเทคนิคที่จะทำให้ตัวเองขายดีขึ้น ที่สำคัญคือต้องลงมือทำด้วยนะครับ

What do you think?

เซลล์ชอบกั้กลูกค้า ต้องจัดการอย่างไร

วัฒนธรรมของทีมขาย ต้องมีอะไร