สัญญานอะไรที่บ่งบอกว่าท็อปเซลล์อย่างคุณ “ควรย้ายบริษัทได้แล้ว”

หนึ่งในสิ่งที่ท็อปเซลล์ทุกหมู่เหล่ามักรู้ตัวดีอยู่แล้วก็คือ “พวกเรามีค่าตัวที่เพิ่มขึ้น” ทุกเวลา ทุกนาที ตามประสบการณ์และฝีมือกันเลยทีเดียวครับ

และสิ่งที่ทำให้ท็อปเซลล์เหนือกว่าท็อปเซลล์ด้วยกันเองก็คือการรู้ตัวว่าเมื่อไหร่ควร “ไขว่คว้าโอกาสและความก้าวหน้า” ดีดีกว่า สูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบริษัทไปอยู่ที่ที่ใหญ่กว่า มีชื่อเสียง รายได้มากกว่า แม้กระทั่งการออกไป “สร้างอาณาจักร” เป็น CEO และสร้างความมั่งคั่งขั้นสุด

เรื่องนี้ผมเองก็เสียดายนักขายพรสวรรค์สูงและมีความขยันหลายคนที่กลับเลือก “ปิดโอกาสชีวิต” ด้วยการอยู่ใน Safe Zone ที่สบายใจ อยู่บริษัทเดิมๆ ทำตำแหน่ง Key Account Manager เดิมๆ โดยไม่แสวงหาความท้าทายใหม่ๆ สุดท้ายก็หมดสภาพ โดนนักขายรุ่นใหม่แซงหน้าเละเทะ

และนี่คือสัญญาณที่กำลังบอกให้คุณย้ายบริษัทเพื่อแสวงหาความก้าวหน้าและไปสู่ความมั่งคั่งครับ (กด Save และ Share ถ้าคุณยังไม่รู้ตัวเองว่าควรจะเติบโตได้รึยัง)

📍 ต้องการสะสม Connection ระดับสูงเพื่อบินสูงในโลกธุรกิจกว่าเดิม

แม้คุณจะปิดการขายเก่ง แต่ถ้าฐานลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นระดับจัดซื้อ หรือบริษัทขนาดเล็ก-กลาง การปิดโครงการใหญ่จะเหนื่อยเลือดตาแทบกระเด็น เพราะคุณยังไม่มี “สายสัมพันธ์ระดับบนสุด” ที่ไว้ใจคุณแบบสนิทใจ ที่สำคัญคือคุณมีแนวโน้มว่าจะขายได้แต่ดีลเล็กๆ กลางๆ แต่ไม่มีโอกาสจับโครงการใหญ่มูลค่าหลายล้าน บริษัทที่เอื้อให้คุณทำแบบนั้นได้ต้องเป็นบริษัทขนาดกลาง-ใหญ่ แทบทั้งนั้นครับ

📍 ต้องการรายได้และค่าตอบแทนระดับสูง โดยมีตำราธุรกิจจากองค์กรใหญ่ให้เรียน

การไปอยู่องค์กรที่ใหญ่ขึ้น เช่น ขยับจาก SME ไปบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ จะทำให้คุณได้เรียนรู้โครงสร้างการเมืองระดับองค์กร กลุ่มลูกค้าจะเป็นบริษัท Enterprise หรือภาครัฐใหญ่ๆ แทบทั้งหมด งบการขายและการตลาดหลักสิบล้าน และระบบซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง โดยที่คุณเอาความรู้และเงินเดือนหลักแสนนั้นมาเป็น “ทุนฝึกวิชา” ฟรีๆ

📍 บริษัทขาดความทะเยอทะยานในการสร้างความยิ่งใหญ่ แต่ยังคงคาดหวังยอดขายระดับเทวดาจากคุณ

คุณมีฝีมือ มีคอนเนกชันระดับ C-Level และพร้อมปิดดีลหลักร้อยล้าน แต่พอจะขอซัพพอร์ตงบทำโปรเจกต์ ขอทีมงานคุณภาพ หรือขอเครดิตจากบริษัท กลับเจอคำตอบว่า “บริษัทไม่มีงบ ประหยัดไว้ก่อน” แต่เวลาประกาศเป้าโตขึ้น 50% แบบนี้คือองค์กรกำลังเอาเปรียบคุณครับ รีบสละเรือก่อนที่จะพาตัวเองจมไปด้วย

📍 มีปัญหาและไม่ใช่ลูกรักเจ้านาย

ข้อดีของทีมขายและทำอาชีพนักขายนั้นดีอยู่อย่างนึงคือ “ตัวเลขไม่โกหก” แต่ถ้าคุณเริ่มไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น จู่ๆ โดนสั่งย้ายเขต โดนโอนลูกค้าไปให้คนอื่นทำ หรือเริ่มโดนเหลี่ยมใส่เรื่องค่าคอมมิชชั่น เจ้านายมีลูกรักที่ลำเอียงกันแบบหน้าด้านๆ สัญญาณทำนองนี้คงไม่ต้องพูดเยอะครับว่า “ลาออกก่อนจะโดนบีบให้ออก” จะดีกว่า

พี่ๆ ผู้บริหารในเพจเคยผ่านจุดเปลี่ยนนี้มาแล้ว แชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับว่า ตอนตัดสินใจลาออกมาตั้งบริษัทเองหรือย้ายไปอยู่บริษัทที่ใหญ่กว่า ตัดสินใจจากอะไรกันบ้างครับ

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts