เป็นนักขาย ต้องมี “ความเห็นแก่ตัว” ไม่งั้นไปไม่รอด

หัวข้อวันนี้อาจจะแปลกซักนิดนึงเพราะความเห็นแก่ตัว ถือว่าเป็น “ความเหี้ย” ในโลกแห่งการทำงานกันอยู่แล้ว (ฮา) จริงๆ ก็แทบจะครอบคลุมการใช้ชีวิตด้วย แต่อย่างที่บอกครับ เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ความเห็นแก่ตัวกลับเป็นเรื่องดีในบางแง่มุม โดยเฉพาะ “การขายและการทำธุรกิจ” ซึ่งเอาตรงๆ นะครับ ในโลกของทุนนิยมถ้าคุณเห็นแก่ตัวแบบถูกกฎหมาย คุณย่อมเอาชนะคู่แข่งและกอบโกยผลประโยชน์ได้ พูดตรงๆ ก็คือรวยขึ้นหรือรวยกว่านั่นแหละครับ การขายเองก็เช่นกัน ความเห็นแก่ตัวจะทำให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อและไม่โดนลูกค้าเอาเปรียบ รักษาอำนาจการต่อรองได้ดี และมุ่งมั่นกับเป้าหมายของตัวเองเต็มที่ ดังนี้ครับ

1. เห็นแก่ “เวลา” ของตัวเองเป็นหลัก

เอาตั้งแต่เวลาในการทำงาน 80% ของเวลางานคุณควรทุ่มให้กับการขายและการเข้าพบลูกค้าเป็นหลัก ส่วน 20% ให้ปรับเป็นงานเซลล์แอดมินที่ยังไงก็จำเป็นต้องทำ เช่น ใบเสนอราคา การอัพเดท Sales CRM การประชุมภายใน ฯลฯ นอกจากนี้ยังต้องคุมเวลาตัวเองกับลูกค้า ด้วยให้น้ำหนัก 80% ไปกับลูกค้าคนสำคัญหรือกิจกรรมที่ได้เงิน ส่วน 20% ที่เหลือคือกิจกรรมที่ไม่ค่อยสำคัญ เช่น ไม่จำเป็นต้องเจอหน้าลูกค้าทุกครั้งเสมอไปแต่เปลี่ยนไปประชุมออนไลน์ก็พอ ทุ่มเททำโปรเจคกับดีลที่มีโอกาสมากกว่าดีลขยะที่ยังไงก็มีความสำคัญต่ำกว่า เป็นต้น ถ้าไม่ชัดเจนก็ต้องกล้าเซย์โนครับ

2. เห็นแก่ “กำไร” และผลประโยชน์ของตัวเอง

นักขายส่วนใหญ่ 80% มักเห็นแก่ยอดขาย อยากได้ตัวเลขจนต้องทำทุกวิถีทางจนเสียเหลี่ยมลูกค้า เช่น โดนต่อราคามากเกินไป คุมกำไรไม่ได้ อำนาจต่อรองก็เลยแทบไม่เหลือ เป็นต้น แถมยังทำให้ลูกค้าเสียนิสัยกดราคาคุณไปเรื่อยๆ ผลก็คือขายได้จริงแต่กำไรก็ไม่ดี ค่าคอมฯ น้อย หรือลูกค้าเสียนิสัยเมื่อคุณลดให้ไม่ได้แล้วก็เลยไปซื้อคู่แข่งที่ถูกกว่า แต่นักขายระดับเทพจะต้อง “กล้าปฎิเสธ” หรือต่อรองผลประโยชน์ให้ตัวเอง Win-Win เห็นแก่ตัวต่อผลกำไรและค่าคอมมิชชั่นในกระเป๋าตัวเองและบริษัท อย่าลืมนะครับว่านักขายคือ “ทูตหรือผู้รักษาผลประโยชน์” ให้กับบริษัท ถ้าดีลไหนรู้สึกว่าเสียอำนาจต่อรองเกินเหตุ นักขายระดับ Elite จะกล้าถอยและไปทำดีลที่ผลประโยชน์เหมาะสมกว่าครับ

3. เห็นแก่ “ความสัมพันธ์” และข้อมูลคอนเนคชั่นของตัวเอง

แต้มบุญที่จะทำให้นักขายกลายเป็นใหญ่เป็นโตหรือมีค่าตัวแพงคือการกุมความสัมพันธ์ ความลับ และก่ำเช้งกับลูกค้าให้อยู่ทุกระดับครับ ความสัมพันธ์และความเชื่อใจคือสิ่งที่นักขายระดับ Elite ต้องหวงแหนมากที่สุด ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคู่แข่ง หรือถึงขั้นกุมความสัมพันธ์ให้เหนือกว่าหัวหน้างานและเจ้าของบริษัทที่คุณอยู่อีกครับ ข้อมูลนี้คือความลับสุดยอดที่เวลาคุณคิดจะย้ายบริษัท คุณจะมีแต้มต่อและค่าตัวเพิ่มขึ้นทันที หรือถ้าออกไปตั้งบริษัทเอง คอนเนคชั่นและความเชื่อใจตรงนี้แหละที่จะทำให้คุณตั้งตัวได้ไวที่สุด

4. เห็นแก่ “สุขภาพและอนาคต” ของตัวเอง

นักขายที่ยอดเยี่ยมจะรู้ตัวดีกว่าสินค้าหรือธุรกิจไหนที่อยู่ในกระแส สุดยอดของการขายแบบพยัคฆ์ติดปีกก็คือ “นักขายเก่ง + สินค้าเทพ” ซึ่งผมเองก็ชอบมากๆ ครับเพราะมันไม่ต้องพูดเยอะ ปิดการขายรัวๆ ไปเลย ไม่ผิดที่จะเลือก “ตัดช่องน้อยแต่พอตัว” ในเมื่อบริษัทที่ทำอยู่ไม่สามารถให้ผลประโยชน์สนองตัณหาหรือความมั่งคั่งได้ การโบยบินไปทำการขายในองค์กรที่ใหญ่กว่า เป็นคู่แข่งโดยตรง หรือแม้กระทั่งการออกไปเปิดบริษัทเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดครับ เพราะการเป็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์และรักองค์กรอย่างเดียวไม่ได้ทำให้คุณรวยแถมยังมีโอกาสโดนเลย์ออฟอีกต่างหากในยุค AI สุขภาพเองก็สำคัญ จงแบ่งเวลาให้ได้ อย่าให้สุขภาพแย่และเกิดอาการ Burnout เป็นอันขาด

ความเห็นแก่ตัวของนักขายที่ฉลาด คือการสร้างเวลา กำไร และแต้มบุญของตัวเองไม่ให้โดนใครมาละเมิด เมื่อคุณกล้าที่จะ ‘เห็นแก่ตัว’ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและบริษัทอย่างมีวินัย คนจะเลิกมองว่าคุณเป็นเซลส์กระจอก และเริ่มมองว่าคุณคือ ‘ผู้คุมอำนาจต่อรอง’ ที่น่าเกรงขามที่สุดครับ”

อยากเรียนรู้วิธีเปลี่ยนตัวเองจากเซลส์ที่โดนคนอื่นเอาเปรียบ สู่การเป็นผู้คุมเกมที่บริหารเวลาและกำไรด้วยวิทยาศาสตร์ยุค AI ลุยต่อร่วมกันได้ที่:

👑 Sales Mastery B2B Enterprise (รุ่นที่ 102) 👑

📅 วันเรียน: 25-26 July 2569 |

📍 Novotel Sukhumvit 20

🔥 สิทธิ์พิเศษ Exclusive Founder’s Price: 15,900.- (เฉพาะ 10 ท่านแรก)

👉 คลิกสำรองที่นั่งทันที: [https://m.me/sales100million]

หรือ LINE: @sales100million

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts