เลิกอ้าง MBTI! หัวใจนักขายคือ “วินัย” ไม่ใช่ “นิสัย” และความจริงคือมันเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

นับตั้งแต่กระแส Gen-Z หรือแม้กระทั่งคนรุ่นผมที่บ้าการวิเคราะห์นิสัยตัวเองแล้วชีวิตไปไม่ถึงไหน ผมเห็นมาเยอะเลยครับ คนที่เอาแต่พูดว่า แล้วก็ตามมาด้วยประโยคคลาสสิกของพวกขี้แพ้ที่ว่า “ผมเป็น Introvert ครับพี่ ผมคงเข้าหาลูกค้าไม่เก่งเหมือนคนอื่น” หรือ “ผมโลกส่วนตัวสูง ผมไม่ชอบการปะทะทางธุรกิจ” (ทั้งๆ ที่คนรวย Introvert ประสบความสำเร็จเยอะมาก)

ผมบอกตรงๆ ว่านั่นคือ “ข้ออ้างของคนขี้แพ้” ที่พยายามหาเหตุผลมารองรับความไม่เอาไหนของตัวเอง (รับไม่ได้ไม่ต้องอ่านต่อนะครับ เสียเวลา) เพราะในสงครามการขายร้อยล้าน สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะ “รอด” หรือ “ร่วง” ไม่ใช่ตัวอักษร 4 ตัวใน MBTI แต่คือ “วินัย” ที่คุณมีในวันที่ไม่มีใครมองเห็นต่างหาก เพราะอะไรนั้น มาดูความคิดของผมดังนี้ครับ

1. นิสัยฝึกได้ แต่วินัยคือ “สันดาน” ของคนสำเร็จ

คุณอาจจะเกิดมาเป็นคนเงียบๆ สันโดษ (Introvert) หรือพูดไม่เก่ง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่โทรหาลูกค้า และไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ซ้อมพรีเซนต์ หรือไม่ใช่ข้ออ้างที่จะ “ขังตัวเอง” ว่ากูทำงานขายกับทำธุรกิจไม่ได้หรอก รู้อะไรไหมครับว่าเศรษฐีประเทศไทยหรือคนดังวงการต่างๆ ก็มี Introvert ที่รวยด้วยตัวเองเยอะมากๆ ไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนกับการเข้ายิมทุกวันนั่นแหละที่คือวินัย มันไม่สนหรอกว่าวันนั้นคุณจะรู้สึก ‘อยากทำ’ หรือ ‘ไม่อยากทำ’ การขายก็เหมือนกันครับ ถ้าวินัยคุณถึง ฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา เข้าหาลูกค้าบ่อยๆ คุณจะปิดดีลได้โดยไม่ต้องพึ่งพานิสัยส่วนตัวเลยด้วยซ้ำ

2. MBTI ไม่ใช่คุกขังตัวเอง แต่มันเปลี่ยนได้ตามความแกร่งของจิตใจ

หลายคนชอบขังตัวเองไว้ในคำพูดสี่คำนี้ แล้วก็ไม่ทำอะไร ช่างหัวมันและรับสภาพนั้นไปวันๆ แต่ความลับของคนประสบความสำเร็จคือ “MBTI ของเราเปลี่ยนไปตามเป้าหมายและวินัย” เช่น วันที่คุณเริ่มต้นชีวิตการทำงาน คุณอาจจะเป็นคนนิ่งๆ อินโทรเวิร์ต (I) แต่วันที่คุณต้องแบกยอดทีม หรือต้องขึ้นเป็นหัวหน้า วินัยจะบังคับให้คุณกล้าพูด กล้าชน และกล้าตัดสินใจ (กลายเป็น E) ซึ่งความจริงก็คือ ยิ่งคุณฝึกฝนและมีวินัยมากเท่าไหร่ จิตใจคุณจะแกร่งขึ้น จน MBTI ของคุณเปลี่ยนไปตามความสำเร็จที่คุณต้องการ เชื่อเถอะครับว่านิสัยคนเรามันเปลี่ยนกันได้ตามเป้าหมาย คนกระจอกก็เปลี่ยนเป็นคนแกร่งได้

3. ความสำเร็จไม่เคยถามว่าคุณ “I” หรือ “E”

Statement และค่าคอมมิชชันไม่เคยระบุครับว่าต้องจ่ายให้คนไทป์ไหนเป็นพิเศษ ลูกค้าเขาไม่ได้ควักเงินจ่ายเพราะคุณคุยเก่ง หรือจ่ายเพราะคุณเป็นพูดน้อย ขรึมๆ แต่เขาจ่ายเพราะคุณแก้ปัญหาให้เขาได้ ถ้าคุณมัวแต่เอาคำว่า “Introvert” มาเป็นเกราะกำบังความกลัวในการเจอลูกค้า ชาตินี้ก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จครับ

4. นักแสดงที่เก่งที่สุด” คือนักขายที่รวยที่สุด

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทุกคนคือ “กิ้งก่าที่เปลี่ยนสี” ครับ หมายความว่าเป็นได้ทั้ง Introvert และ Extrovert ตามสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น เวลาต้องดีลกับลูกค้าผู้ใหญ่ระดับหัวแถว คุณจะต้องนิ่ง สุขุม สุภาพ (เหมือนพวก Introvert) แต่เวลาที่ต้องปลุกใจลูกน้อง หรือคุมลูกน้อง คุมคู่ค้าให้อยู่หมัด คุณต้องประกาศอำนาจและมีพลัง (เหมือนพวก Extrovert) การที่คุณขังตัวเองไว้ในคุก MBTI คือการตัด “ความสามารถ” ของตัวเองทิ้งไปครึ่งนึง คนจะปิดดีลร้อยล้านได้ต้องเป็น Ambivert คือเป็นอะไรก็ได้ที่สถานการณ์นั้นต้องการต่างหากครับ

5. Introvert คือ “สัญชาติญาณนักฆ่า” (ถ้าเลิกใช้เป็นข้ออ้าง)

ความลับที่ผมจะบอกคือ นักขายระดับท็อปหลายคนมีนิสัยส่วนตัวเป็นคนนิ่งๆ (I) ทั้งๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นพวกเฮฮา (E) แต่จริงๆ แล้วพวกเขาโคตรน่ากลัวครับ เพราะพวกเขาสังเกตเก่ง ฟังละเอียด และไม่พูดจาเพ้อเจ้อ พวกเขามักจะใช้ความนิ่งสร้าง “บารมี” จนลูกค้าเกรงใจ ต่างจากพวก Extrovert บางคนที่พูดจนลูกค้าเบื่อ เพราะความนิ่งคืออำนาจครับ เลิกอ้างเรื่องไทป์ แล้วใช้ความนิ่งของคุณกดดันลูกค้าให้ปิดดีลซะ ถ้านึกไม่ออกว่าใครเป็นคนสไตล์นั้น ให้นึกถึงหัวหน้าหรือเจ้าของบริษัทคุณก็ได้ครับ ทรงจะประมาณนั้นเลย

6. “วินัย” คือบารมีที่แท้จริง

ลูกค้าไม่ได้เซ็นสัญญากับคุณเพราะคุณเป็นคนร่าเริง (Extrovert) หรือเป็นคนเงียบขรึม (Introvert) แต่เขาเซ็นเพราะเขาเห็นความ “สม่ำเสมอ” และความ “เป็นมืออาชีพ” ของคุณ เพราะการที่คุณติดตามงานลูกค้าไม่เคยขาด การที่คุณเตรียมข้อมูลแม่นยำทุกครั้ง นั่นคือบารมีที่เกิดจากวินัยล้วนๆ ครับ

สรุปก็คือเลิกเอาเวลาไปนั่งเช็กไทป์ แล้วเอาเวลาไปเช็ก “วินัย” ของตัวเองดีกว่าครับ ถ้าวันนี้มือยังไม่ด้านจากการทำงานหนัก ยอดยังไม่ถึง อย่ามาอ้างเรื่องนิสัยแบบนี้เลย เพราะปัญหาจริงๆ คือคุณ “ไม่มีวินัย” มากพอครับ

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts