อยากมีผลงานการขายที่ดีขึ้น ลองใช้พลังด้านมืดแบบนี้

พลังด้านมืด (Dark Force) ผมเชื่อว่าตำราไหนก็ไม่เคยสอนให้คุณดึงพลังแบบนี้ออกมาใช้เป็นแน่แท้ ซึ่งวันนี้แหละที่ผมจะดึงพลังด้านมืดและทำให้คุณควบคุมมันให้ได้ออกมา เพื่อการทำงานที่ดีขึ้น

คุณเคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นแนวๆ ผู้ชาย เช่น ดราก้อนบอล นารุโตะ คนเก่งฟ้าประทาน ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่พระเอกหรือไม่ก็คู่ปรับมักจะอยู่ในช่วงตกต่ำและดึงพลังด้านมืดออกมาใช้ ผลก็คือเก่งขึ้นไปอีก แต่ในการ์ตูนก็มักจะพูดเสมอว่าอย่าให้พลังด้านมืดควบคุมตัวคุณเอง เหมือนเรื่องสตาร์วอร์เลย ซึ่งวันนี้จะขอพูดถึงพลังด้านมืดที่ถ้าคุณเอามาใช้และควบคุมมันได้ก็จะทำให้คุณแข่งแกร่งขึ้น ดังนี้

1. พลังแห่งความอิจฉา

จริงๆ การอิจฉาคนอื่นโดยเฉพาะคนที่รวยกว่า สูงกว่า เหนือกว่า ไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ ผมพูดว่าอิจฉาอย่าเดียวซึ่งก็คือพลังแห่งความอยากมีอยากได้เหมือนคนอื่นเขา แต่ต่างกับริษยาซึ่งเป็นพลังที่ต้องการให้คนคนนั้นพังพินาจหรือล้มเหลว คุณจึงสามารถอิจฉาคนอื่นและเขียนเป้าหมายให้สูงขึ้นทุกๆ วัน เพื่อลงมือทำงานให้หนักจนไปถึงฝั่งฝัน เชื่อถือว่านี่คือขุมพลัง V8 สำหรับคนที่สร้างตัวจาก 0 ทุกคนแน่นอน

2. พลังแห่งความก้าวร้าว

จำเป็นมากที่คุณจะดึงความเลือดร้อน ความก้าวร้าวทำให้คุณกล้าหักดิบหรือกล้าที่จะทำอะไรที่คุณไม่เคยทำมาก่อน โดยเฉพาะการขายที่หลายๆ งานต้องเจอกับคนแปลกหน้า เจอสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันและโดนปฎิเสธเสมอ ความก้าวร้าวจะทำให้คุณไม่กลัวและกล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรคหรือแม้กระทั่งผู้ไม่หวังดีรอบตัวจนไม่มีอะไรสามารถทำอันตรายคุณได้

3. พลังแห่งความแค้น

ถ้าคุณมีปมด้อยเยอะ เช่น แค้นโชคชะตาว่าทำไมกูถึงเกิดมาจน ทำไมถึงไม่รวยหรือแตกต่างกับคนอื่น ฯลฯ ยิ่งมีเยอะมันก็ดีตรงที่คุณสามารถแค้นโชคชะตาและสามารถ “แก้แค้น” ว่ากูจะลงมือแก้ไขโชคชะตาด้วยตนเอง เรื่องนี้คนไม่เคยจนมาก่อนไม่มีทางเข้าใจ ดังนั้นคุณจงดึงพลังนี้มาแก้แค้นโชคชะตาตัวเองซะ

4. พลังแห่งอัตตา หรือความเย่อหยิ่ง จองหอง

เส้นบางๆ ของคำนี่ก็คือคำว่าอีโก้ ซึ่งการมีอัตตาหมายความว่าคุณมีความภาคภูมิใจในตัวเองอะไรบางอย่าง หมายถึงความต้องการเป็นผู้ที่มีความสำคัญและอำนาจเหนือผู้อื่น คุณจึงหลงรักตัวเองและพยายามผลักดันตนเองให้ก้าวสู่การเป็นท็อปเซลล์ เป็นผู้จัดการ หรือแม้กระทั่งการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตนเอง

5. พลังแห่งความโลภ

คือความทะเยอทะยานอันแรงกล้าเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรืออำนาจ ซึ่งขออย่างเดียวคือคุณควรโลภได้แบบถูกกฎหมายและจริยธรรม โดยเฉพาะโอกาสในโครงสร้างแบบทุนนิยมที่เอื้อให้คนทำธุรกิจสามารถโลภได้แบบถูกกฎหมาย จังหวะไหนได้เปรียบก็ควรตีจุดอ่อนของคู่แข่งให้แตกพ่าย โดยเฉพาะการแข่งขันอย่างถูกกติกาในการทำดีลต่างๆ

6. พลังแห่งความกลัว

ความกลัวไม่ได้หมายถึงการปอดแหกจนไม่กล้าลงมือทำอะไร แต่เป็นความกลัวที่มาจากการกลัวความจน กลัวสถานะของตนเองจะตกต่ำลง คุณจึงใช้พลังนี้ในการเตือนตัวเองว่าคุณจะต้องทำงานให้หนักหรือหาทางลดความเสี่ยงในเรื่องของธุรกิจและความมั่งคั่งของตนเอง สังเกตไหมครับว่ามหาเศรษฐีที่โคตรรวย แก่แล้วก็ไม่หยุดทำธุรกิจ เนื่องจากพวกเขากลัวนั่นเอง

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts