วิธีคุยเรื่อง ‘เงิน’ ให้ดูแพง เรียกราคาหลักล้าน โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าเขากำลัง ‘จ่าย’ แต่เขากำลัง ‘ได้

ในสมรภูมิการขายแบบ B2B Enterprise สิ่งที่แยก “นักขายมือโปร” ออกจาก “มือสมัครเล่น” คือ วินาทีที่ต้องเอ่ยตัวเลขราคา ครับ นักขายที่ขาดความมั่นใจมักจะเลิกลั่น ไม่ก็ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า หรือรีบให้ส่วนลดเพราะกลัวลูกค้าจะไม่ซื้อ แต่สำหรับ “นักขายร้อนยล้าน” การบอกราคาคือเวลาแห่งความภาคภูมิใจ เพราะพวกเขาไม่ได้กำลัง “ขอเงิน” ลูกค้า แต่พวกเขากำลังหยิบยื่น “ขุมทรัพย์” ให้กับธุรกิจของลูกค้าต่างหากครับ

นี่คือศาสตร์การ Reframing ที่จะเปลี่ยนตัวเลขในใบเสนอราคา ให้กลายเป็นกำไรในใจลูกค้าครับ

1. เปลี่ยนจาก “Cost” ให้เป็น “Investment for Profit”

ถ้าคุณแต่คุยเรื่อง “ราคา” คุณจะโดนเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่ถูกกว่าทันที แต่ถ้าคุณคุยเรื่อง “ผลตอบแทน” ราคาจะกลายเป็นเรื่องรองทันทีเช่นกันครับ

กลยุทธ์: เลิกใช้คำว่า “ราคาค่าใช้จ่ายอยู่ที่…” แต่ให้ใช้คำว่า “เพื่อบรรลุเป้าหมายและผลกำไรที่พี่ตั้งไว้ การลงทุนในส่วนนี้จะอยู่ที่…”

ผลลัพธ์: เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้ามองว่าเงินที่เสียไปคือ “การลงทุน” พวกเขาจะไม่ได้มองหาเจ้าที่ถูกที่สุด แต่พวกเขาจะมองหาเจ้าที่ “ให้ผลตอบแทนที่ชัวร์ที่สุด” ซึ่งถ้าคุณขายของมูลค่าสูง ผลตอบแทนด้านการลงทุนชัดเจน อย่างนี้จะเข้าทางคุณมากๆ ครับ

2. ศาสตร์แห่งการ “Anchor” (การวางสมอทางจิตวิทยา)

อย่าบอกแต่ราคาของคุณอย่างเดียวแล้วก็จบกัน แต่จงบอก “ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น” (Cost of Inaction) ถ้าไม่รีบลงทุนกับคุณ ดังนี้

กลยุทธ์: ก่อนบอกราคาหลักล้าน จงโชว์ให้ลูกค้าเห็นก่อนว่า ถ้าพวกเขาไม่ทำสิ่งนี้ ไม่ตัดสินใจลงทุน พวกเขาจะเสียเงินหลักหลายล้าน หรือเสียโอกาสในธุรกิจไปโดยที่คาดไม่ถึง เช่น โซลูชันโซล่าร์เซลล์โรงงาน ลงทุน 4 ล้าน แต่ถ้าไม่ตัดสินใจลงทุน ลูกค้าต้องเสียค่าไฟ 500,000 บาทไปเรื่อยๆ 2-3 ปีก็เป็นเงินหลักสิบล้าน แต่ถ้าติดตั้งจะสามารถเซฟเงินค่าไฟได้หลายล้านต่อปี

ผลลัพธ์: เมื่อความเสียหายที่ไม่ได้ติดตั้งคือหลักสิบล้านบาท ราคา 4 ล้านบาทของคุณจะดู “ถูก” ลงทันทีในพริบตา

3. บอกราคาด้วย “บารมี” (The Power of Conviction)

Branding ของคุณคือตัวกำหนดมูลค่าของคำพูด วินาทีที่บอกราคา จงสบตาและนิ่งสงบที่สุด ทำตัวเท่ห์ๆ แบบมาเฟียในหนังก็ได้ครับ

กลยุทธ์: ใช้โทนเสียงที่มั่นคง ไม่มีความลังเล หากลูกค้าเงียบไปหลังจากได้ยินราคา “จงเงียบให้เป็น” เพื่อรอให้พวกเขาย่อยมูลค่าที่คุณเพิ่งเสนอไป การรีบพูดทับหรือรีบลดราคาจะทำลายบารมีของคุณทันที

ผลลัพธ์: ความนิ่งของคุณคือการส่งสัญญาณว่า “ผมรู้ว่างานของผมมีค่า และผมไม่เกรงใจที่จะเรียกราคาที่เหมาะสม”

“นักขายกระจอกจะกลัวการบอกราคา… แต่จอมทัพจะบอกราคาด้วยความภูมิใจ เพราะเขารู้ว่าผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับมันมีค่ามากกว่าตัวเลขนั้น 10 เท่า”

ถ้าคุณยังไม่กล้าเรียกราคาที่คู่ควร นั่นแปลว่าคุณยังสร้าง Personal Brand และมีชั้นเชิง Negotiation ไม่แกร่งพอ!

🔥 [Workshop: ศาสตร์แห่งบารมีและการเจรจาที่ไม่มีวันพ่ายแพ้]

🔥 เลิกกลัวการบอกราคา แล้วมาเป็นนักขายที่ลูกค้าต้อง “เกรงใจ” จนยอมจ่ายในสิ่งที่คุณคู่ควร ในคอร์ส: “Personal Branding & Negotiation Mastery”

🎯 สิ่งที่คุณจะได้เคี่ยวกรำเพื่อเป็นจอมทัพในสมรภูมิเงินล้าน:

Value-Based Negotiation: วิธีเรียกราคาให้ดูเหมือนการมอบโชคให้ลูกค้า

Executive Branding: สร้างตัวตนให้ดู “แพง” จนลูกค้าไม่กล้าต่อราคา

Psychological Reframing: เปลี่ยนคำโต้แย้งเรื่องราคา ให้กลายเป็นโอกาสปิดดีล

High-Stakes Confidence: ฝึกความนิ่งและบารมีในการคุมเกมเจรจาระดับ C-Level

📅 วันที่ 7 มีนาคม 2569 📍 สถานที่: [Novotel Bangkok Sukhumvit 20]

[⚡️ ข้อเสนอพิเศษ: Blind Bird 11,900.- สำหรับ 10 ท่านแรก!] (ปกติ 19,900.-) “ในโลกธุรกิจ… คนที่เรียกราคาไม่เป็น คือคนที่กำลังทำงานการกุศล ไม่ใช่การขาย”

👉 จองสิทธิ์ด่วน: [https://m.me/sales100million]

👉 รายละเอียดหลักสูตร: [https://www.eventpop.me/e/137299/personal-branding-44th]

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts