วิธีการเอาชนะความกลัวเวลาโทรหาลูกค้าใหม่

ผมเข้าใจดีครับว่านักขายมือใหม่หรือแม้กระทั่งมือเก๋า หนึ่งในสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการขายไม่ใช่การปิดการขายไม่ได้นะครับ แต่เป็นความกลัวเวลาที่ต้องโทรหาลูกค้าใหม่ (Cold Call) จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องของความป๊อดหรือความไม่เอาไหน แต่มันคือปฏิกิริยาทางเคมีในสมองที่กลัว “การโดนปฏิเสธ” ต่างหากครับ ยิ่งเป็นน้องๆ Gen-Z จบใหม่ หรือที่พึ่งคนเปลี่ยนสายงานมาเป็นนักขายที่ไม่เคยทำสิ่งนี้มาก่อน เรื่องนี้ถ้าเอาชนะความกลัวไม่ได้ ผมบอกเลยว่าถึงขั้น “เลิกเป็นนักขาย” ตลอดชีวิตเลยก็ได้ครับ มาดูวิธีเอาชนะความกลัวในการทำ Cold-Call ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากผมครับ

1. ปรับสมองคุณก่อนโทรว่าเราไม่ได้โทรไปง้อขอเงิน… แต่เราโทรไปเพื่อเอาเงินไปให้ลูกค้า

ความกลัวมักเกิดจากการที่นักขายคิดว่าตัวเองกำลังโทรไป “รบกวน” หรือไป “ยัดเยียด” ขายของเพื่อเอาค่าคอมมิชชัน ซึ่งตัวคุณเองในชีวิตก็เคยโดนนักขายโทรมายัดเยียดสินค้าเช่นกัน คุณก็เลยรู้สึกว่ามันกำลังต่อต้านความคิดในหัวของคุณอยู่ กลายเป็นต้องทำในสิ่งที่คุณเกลียด ผมอยากให้คุณคิดใหม่ว่าเรากำลังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ ที่มีโซลูชันในการช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มกำไรให้ธุรกิจลูกค้า พวกเขากำลังปวดหัวกับปัญหานี้อยู่ทุกวันแต่ไม่มีใครไปช่วย การที่เราโทรไปคือการเอาทางรอดไปยื่นให้เขา ถ้าเขาปฏิเสธ… คนที่เสียผลประโยชน์คือ “ตัวลูกค้าเอง” ไม่ใช่เราครับ

2. ต้องโดนปฏิเสธ 9 ครั้ง เพื่อเจอ 1 ความสำเร็จ ทุกอย่างคือคณิตศาสตร์

นักขายมือใหม่ชอบคาดหวังว่าการโทรหาลูกค้า 10 สายต้องได้นัดทั้ง 10 สาย พอโดนปฏิเสธสายแรกก็ใจเสียจนไม่กล้าโทรสายต่อไป แต่จริงๆ แล้ว การทำ Cold Call คือวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ต่างหาก ถ้าสถิติมันบอกชัดว่า โทร 10 สาย จะโดนปฏิเสธแน่ๆ 9 สาย และนัดได้ 1 สาย ทุกครั้งที่โดนลูกค้าปฏิเสธหรือวางหูใส่ ให้นิ่งเฉยแล้วบอกตัวเองว่า “ขอบคุณที่ปฏิเสธ เพราะจะช่วยให้คุณเข้าใกล้สายที่จะตอบตกลงเข้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว

3. สคริปท์ต้องเฉียบคม ลูกค้าฟังแล้วอยากให้คุณเข้ามาเจอหน้า

ลูกค้าเกลียดนักขายที่พูดจาโม้พ่นแต่อวดอ้างสรรพคุณตัวเอง หรือบอกว่าเข้ามานำเสนอขาย โทรไปหาทำนองนี้ สคริปท์ไม่ดี ลูกค้าร้อยทั้งร้อยก็อยากบอกปัดวางสายทั้งนั้นครับ ดังนั้นความลับของการทำ Cold-Call ให้ได้ผลคือสคริปท์ต้องเนียน และมีโครงสร้างดังนี้

“สวัสดีครับคุณ [ชื่อลูกค้า] ผม [ชื่อเรา] จากบริษัท [ชื่อบริษัท] ครับ ผมขอเวลาสั้นๆ 30 วินาทีเพื่อแชร์เคสที่โซลูชั่นของผม [รายละเอียดโซลูชั่น] เข้าไปช่วยลดต้นทุน [เพิ่มกำไร ลดเวลา ฯลฯ] ให้บริษัทในกลุ่มเดียวกับคุณ [ชื่อลูกค้า] ลงได้ถึง 40% เลยอยากจะขอเรียนเชิญนัดคุยสั้นๆ เพื่อดูว่าโซลูชันนี้จะสามารถปรับใช้กับงานของคุณ [ชื่อลูกค้า] ได้อย่างไรบ้าง สะดวกเป็นวันอังคารหรือพุธดีครับ”

สรุปก็คือสคริปต้องเน้นไปที่ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ และมี Case Study ที่ตรงหรือใกล้เคียงและลูกค้าอยากฟังต่อนั่นเองครับ

4. ทำการบ้านล่วงหน้าก่อนโทรเสมอ ความกลัวก็จะหายไป

นักขายมักจะกลัวการโทรเพราะไม่รู้ว่าปลายสายเป็นใคร ชื่ออะไร ตำแหน่งไหน และกลัวจะตอบคำถามไม่ได้จนดูไม่น่าเชื่อถือนั่นเอง จงใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ก่อนโทรทุกครั้ง ให้ใช้ AI Co-Pilot ช่วยหาข้อมูลบริษัทลูกค้า สรุปงบการเงิน เจาะลึกว่าธุรกิจของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น Tech, Engineering, Construction หรือ Health Care ฯลฯ กำลังเจอปัญหาอะไรอยู่ พอคุณมี “ข้อมูลความจริง” อยู่ในมือ ความมั่นใจจะมาเต็ม 100% และกล้าโทรครับ

ความกลัวเสียงโทรศัพท์… จะหายไปทันทีเมื่อน้องเปลี่ยนจาก ‘คนล่าเอาตัวเลข’ กลายเป็น ‘นักส่งมอบความคุ้มค่า’ ที่กุมดาต้าและวิทยาศาสตร์การขายไว้ในมือ จำไว้ว่าปลายสายคือมนุษย์ที่กำลังรอทางรอด… จงยกหูขึ้นมาแล้วรุกฆาตดีลนั้นอย่างดุดันครับ

🔥 Sales Mastery VICTOR AI B2B Enterprise (รุ่นที่ 101)

🔥 หลักสูตรบริหารทีมขายและกลยุทธ์ระดับ Executive ที่เปลี่ยนคนนอกสายและ Gen-Z ให้กลายเป็นเครื่องจักรผลิตรายได้ร้อยล้านที่ไร้ความกลัวในยุค AI

📅 วันเรียน: 27 – 28 มิถุนายน 2569 🕙 เวลา: 10.00 – 17.00 น.

📍 สถานที่: Novotel Bangkok Sukhumvit 20

🎟️ [ REGISTER NOW – รุ่นครบรอบครั้งที่ 101 ] จองสิทธิ์ราคา Early Bird ด่วนที่สุด ก่อนที่นั่ง VIP จะเต็มและแต้มบุญอาณาจักรของคุณจะหมด!

📱 LINE Official: @sales100million 🦾🔥👑

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts