in

เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับการทำ Tailor-Made

ช่วงนี้ผมชอบไม้กอล์ฟยี่ห้อ TailorMade เป็นพิเศษ ก็เลยคิดหัวข้อบทความวันนี้ออกพอดี ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย (ฮา) คำว่า Tailor-Made หมายถึงการทำหรือออกแบบเฉพาะบุคคล เช่น สูทแบบเทเลอร์-เมด สำหรับไซส์คุณเท่านั้น ดังนั้นสูทตัวนี้จึงมีไซส์เดียวในโลก เป็นต้น 

สินค้าแบบเทเลอร์-เมด จึงเป็นอะไรก็ตามที่มีมูลค่า คุณค่า และราคาสำหรับผู้ที่ตัดสินใจซื้อมัน เอาภาษาบ้านๆ เลยก็เช่นป้าแถวบ้านลวกก๋วยเตี๋ยวไม่ใส่ถั่วงอกและผักให้คุณกินเพราะคุณไม่ชอบกินผัก นี่ก็ถือว่าเป็นเมนูแบบเทเลอร์-เมด สำหรับคุณแล้วล่ะครับ คุณเลยอยากที่จะซื้อก๋วยเตี๋ยวป้าคนเดิมตลอดไป

จะดีกว่าไหมถ้าการขายสามารถเอาเรื่องเทเลอร์-เมด มาใช้กับลูกค้า คงจะดีมากแน่ๆ ถ้าพวกเขาได้รับสินค้าและบริการที่ “ออกแบบมาเฉพาะพวกเขา” ทำให้ตอบโจทย์และความพึงพอใจพวกเขาสูงสุด คุณคงปิดการขายได้ไม่ยากแน่ๆ มาดูเคล็ดลับง่ายๆ สำหรับผมกันเลยครับ

1. มุ่งเน้นการขายสินค้าและบริการในรูปแบบ “Solution”

โซลูชั่นคือสิ่งที่เป็นที่นิยมในธุรกิจ B2B โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องมีการให้คำปรึกษาและออกแบบก่อนการนำเสนอขาย เช่น ธุรกิจไอทีขนาดใหญ่ที่ต้องทำระบบตามรูปแบบธุรกิจ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างตามความต้องการของลูกค้า ฯลฯ หรือแม้แต่ธุรกิจ B2C เช่น ร้านตัดผม ร้านตัดสูท ร้านตัดแว่น ฯลฯ ที่กล่าวมาถือว่าเป็นโซลูชั่นส่วนบุคคลทั้งสิ้น การทำธุรกิจแบบเดิมๆ อย่างธุรกิจเทรดดิ้งที่ซื้อมาขายไป หรือธุรกิจที่นำเสนอลูกค้าตามแคตาล็อก ถือว่าไม่ได้เป็นโซลูชั่นซึ่งพอธุรกิจมันเป็นแบบพื้นๆ ง่ายๆ ดังนั้นคู่แข่งก็เยอะตาม สุดท้ายก็กลายเป็นสงครามราคาในที่สุด

2. ทำ Tailor-Made ตั้งแต่ตอนนำเสนอลูกค้า

การขายแบบองค์กรมักใช้สไลด์นำเสนอกันอยู่แล้ว มีเทคนิคง่ายๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุณเทเลอร์-เมด มาเฉพาะพวกเขา วิธีการมีดังนี้

– เอาโลโก้ลูกค้าไปใส่ในมุมสไลด์ทุกหน้า

– ทำ Before & After จากสิ่งที่ลูกค้ามี เช่น ก่อนลูกค้าติดตั้งกับหลังติดตั้ง ผลลัพธ์ก่อนทำกับหลังทำในสไลด์

– พูดไปเรื่อยๆ ว่าสินค้ากับบริการเหมาะกับพวกเขาอย่างไร

– นำเสนองานออกแบบโดยทีมงานชั้นเยี่ยมที่จะคิดค้นเพื่อลูกค้าที่คุณคุยเท่านั้น

3. ขายสินค้าและบริการที่ออกแบบมาให้พวกเขาจริงๆ 

ปกติการขายแบบโซลูชั่นมักเป็นการออกแบบมาเฉพาะลูกค้าอยู่แล้ว แต่มีเคล็ดลับง่ายๆ เพื่อให้การทำเทเลอร์เมดดูน่าสนใจโดยเฉพาะธุรกิจซื้อมาขายไป ดังนี้

– เอาโลโก้ลูกค้าไปติดในสินค้า

– ทำสีสินค้าตามสีประจำบริษัทของลูกค้า

– ทำการส่งมอบตามรอบธุรกิจของลูกค้า

– ส่งนักขายแล้วบอกลูกค้าว่าคนนี้ดูแลเฉพาะคุณเท่านั้น

– ทำสายให้ว่างพร้อมติดต่อและตอบกลับพวกเขาในหลักนาที

– ฯลฯ

What do you think?

วิธีทำให้ลูกค้ารู้สึกเกินคาดแต่ไม่โอเวอร์เซลล์มากเกินไป

Micromanagement คืออะไร และควรใช้อย่างไร