หมด Passion กับงานขาย? คุณควรทำอย่างไรดี

 

#หมดpassion เป็นแฮชแท็ก (Hashtag) ยอดฮิตเมื่อไม่นานมานี้ (ฮา) เป็นคำที่เกี่ยวกับพี่โอ้ต ปราโมชย์ นักร้องชื่อดังที่เป็นข่าวนั่นเองครับ 

 

หมดแพชชั่น พูดให้ง่ายกว่านั้นก็คือ "หมดใจ" นั่นเองครับ โดยเฉพาะนักขายอย่างเราๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับความกดดัน โดยเฉพาะเรื่องยอดขายอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะความกดดันจากลูกค้า หัวหน้า ทีมงานด้วยกันเอง เรียกได้ว่ามีความกดดันรอบด้านเลยก็ว่าได้ เป็นงานที่ไม่ได้หมูอย่างที่คิด ไม่ใช่ว่านึกจะทำก็ทำได้

 

ถึงแม้ว่าความปรารถนาเรื่องความอยากรวยและประสบความสำเร็จจะแรงกล้ามากแค่ไหน แต่การ "ทำงานขายอย่างผิดวิธี" ย่อมทำให้คุณยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการซักที สุดท้ายแล้วยอดขายก็ไม่มา เงินก็ไม่ได้ กลายเป็นแพชชั่นที่ตั้งใจเอาไว้ก็จะค่อยๆ มอดดับไป

 

เลวร้ายที่สุดคือถึงขั้นเปลี่ยนงานและไม่ทำงานขายไปตลอดกาลเลยก็มี ตัวผมเองก็เคยมีลูกน้องนักขายที่ "ถอดใจ" และไม่ทำงานขายอีกต่อไปในที่สุด ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากถ้าพวกเขาอดทนให้นานพอ ความสำเร็จก็จะเข้ามาหาพวกเขาอยู่แล้ว

 

ผมจึงมีวิธีจัดการกับจิตใจเมื่อคุณอยู่ในสภาวะ "หมดแพชชั่น" กันเลยครับ

1. ถามตัวเองก่อนว่าใจของคุณยังสู้อยู่หรือเปล่า

 

เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดถ้าคุณจะลองถามตัวเองดูซักครั้งว่าคุณยังไหวอยู่รึปล่าว จะสู้ต่อไปมั้ย ถ้าใจยังไหวและตอบตัวเองได้อย่างชัดเจนว่าจะขอสู้ต่ออีกซักเฮือก เรื่องนี้ถือว่าคุณยังไม่หมดแพชชั่นเสียทีเดียวนะครับ คุณอาจจะเพียงแค่รู้สึกท้อแท้และต้องการผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเพียงเท่านั้น แต่ถ้าใจได้ส่งเสียงบอกกับคุณว่า "ไม่ไหวแล้ว" การพิจารณาถึง "ทางเลือก" ในอนาคตข้างหน้า อาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่าเพื่อเรียกแพชชั่นที่สูญเสียไปให้กลับมาอีกครั้งครับ

 

2. การย้ายบริษัทหรือเปลี่ยนสินค้าที่ขายอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 

แพชชั่นที่หายไป อาจมาจากความเบื่อหน่ายหรือเบื่ออะไรเดิมๆ จากบริษัทที่คุณทำ เช่น สินค้าหรือบริการก็เป็นแบบเดิมๆ เป้าหมายหรือวิชั่นของบริษัทก็มีแต่เรื่องเดิมๆ หรือแม้แต่ "ตำแหน่งงาน" และความรับผิดชอบที่ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมไปจากเดิม สิ่งเหล่านี้แหละที่จะทำให้แพชชั่นของคุณลดลงไปเรื่อยๆ ต่อให้คุณทำงานได้ดีอยู่แล้วก็ตาม เปรียบได้กับนักฟุตบอลที่ยิงประตูหรือคว้าแชมป์กับทีมเดิมจนหมดทุกแชมป์แล้ว ความรู้สึกที่ "อิ่มตัว" และต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ กับทีมที่เล็กกว่า ซึ่งมอบความท้าทายกว่าได้นั่นเอง การเริ่มหางานใหม่ที่น่าสนใจและท้าทายจึงเป็นทางเลือกแห่งอนาคตที่คุณควรลงมือทำทันที

 

3. การขอต่อรองเรื่องการทำงานกับหัวหน้างานก็เป็นสิ่งที่จำเป็น

 

แพชชั่นที่หมดไปอาจเกิดจากตำแหน่งงานที่ไม่ได้ถูกแต่งตั้งให้เลื่อนตำแหน่งหรือเปลี่ยนไปดูพื้นที่การขาย (Territory) ที่ท้าทายมากกว่าเดิม เช่น จมอยู่กับตำแหน่งนักขายมานานกว่า 3-5 ปีขึ้นไป ไม่ได้ถูกเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายขายเสียที ทั้งๆ ที่การทำงานก็ใช้ได้ มีตัวเลขที่ดีตลอด การสร้างอำนาจต่อรองด้วยการหางานใหม่ที่สามารถเสนองานตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายเอาไว้ก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดก่อนที่คุณจะเข้าไปคุยกับหัวหน้างานเพื่อขอตำแหน่งงานที่สูงขึ้นให้กับตัวคุณ อย่างน้อยถ้าคุณไม่ได้เลื่อนขั้น คุณก็ยังมีทางเลือกไปทำงานตำแหน่งที่สูงขึ้นกับบริษัทอื่น นักขายที่ยอดเยี่ยมต้องรักษาอำนาจการต่อรองเอาไว้เสมอ

 

4. แพชชั่นที่หายไป อาจเป็นไปได้ว่ามาจากคุณทำงานกับเจ้านายที่ห่วย

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่ทำให้นักขายเบื่อหน่ายการทำงานจนไม่อยากไปทำงานที่ออฟฟิศเลยก็ว่าได้ เจ้านายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้ลูกน้องเบื่องานหรือลาออกเลยก็ว่าได้ แถมระดับลูกน้องยังไม่สามารถเลือกเจ้านายได้อีกด้วยตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งาน ถ้าคุณเริ่มทนไม่ได้และตัดสินเขาด้วยข้อมูลที่มีว่าเจ้านายของคุณทำงานได้แย่มาก เป็นผู้นำที่ไม่ดี ทำร้ายจิตใจหรือใช้อำนาจบาตรใหญ่กับคุณทุกอย่าง มีอคติในการทำงาน ไร้ความรับผิดชอบ อะไรทำนองนี้ คงทำให้คุณสรุปได้ไม่ยากว่าทำไมแพชชั่นของคุณหายไปไหน การมองหางานใหม่ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อชีวิตและอนาคตของคุณเองครับ

 

5. ใช้ความอดทนเพื่อไปให้ถึงความสำเร็จที่ตั้งใจเอาไว้

 

นักขายหรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จย่อมมีแพชชั่นอย่างแรงกล้าว่าจะไปให้ถึงเป้าหมายให้จงได้ แต่ความท้อแท้ทั้งความเหนื่อยกายและเหนื่อยใจย่อม "บั่นทอน" แพชชั่นของคุณลงไปเรื่อยๆ สภาวะนี้ผมก็เคยเป็นครับ เมื่อตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความท้อแท้นี้เมื่อไหร่ จงอย่ายอมแพ้ต่อเรื่องนี้เพื่อก้าวไปให้ถึงเป้าหมายที่สูงกว่า การแก้ปัญหา ปรับตัว พัฒนาตนเอง จะทำให้คุณยังรักษาแพชชั่นเรื่องความสำเร็จเอาไว้และไม่ให้มอดดับไป ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากให้คุณยอมแพ้และปล่อยให้แพชชั่นหมดลงจนไม่เหลืออะไรเลยครับ

หมดแพชชั่นนั้นไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดสำหรับชีวิตของนักขาย นักธุรกิจชื่อดังระดับโลกมีการขายกิจการที่ดีอยู่แล้วของตนเองด้วยเหตุผลว่าหมดแพชชั่นหรือหมดความท้าทายนั่นมีอยู่ถมเถไป คุณก็เป็นมนุษย์เดินดินคนนึง ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความสุขในการทำงาน คุณถึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม
SALE100MILLION OCT_Sale Mastery 16-9 ban

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd