เทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าจากคุณ

 

วันนี้มาอ่านเทคนิคง่ายๆ กับบทความสบายๆ เพื่อช่วยให้คุณได้เงินจากกระเป๋าของลูกค้าง่ายขึ้นกันดีกว่าครับ เทคนิคที่ผมแชร์ต่อจากนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกธุรกิจเลยก็ว่าได้ มาดูกันเลยครับ

1. จงขายฝัน (ที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง)

 

ใช่ครับ คุณฟังไม่ผิดหรอกว่าการขายแทบทุกอย่างจะต้อง "สร้างฝัน" ให้ลูกค้ารู้สึกเคลิ้มก่อน เทคนิคชั้นสูงก็คือการเล่าเรื่องให้ลูกค้าฟัง โดยเฉพาะเรื่องราวดีๆ ที่ลูกค้าคนอื่นได้ใช้สินค้าหรือบริการจากคุณไปแล้ว จงเพิ่มบทบาทสมมติให้ลูกค้ารู้สึกว่าถ้าพวกเขาได้ซื้อกับใช้สินค้าของคุณไปแล้ว พวกเขาก็จะได้รับประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับลูกค้าคนอื่นๆ ที่พวกคุณเล่าให้เขาฟังเช่นกัน เรื่องราวควรตั้งอยู่บนความจริง ไม่โกหก ไม่โอเวอร์ และมีความน่าเชื่อถือ เทคนิคขายฝันจะยอดเยี่ยมแบบสุดๆ ถ้าคุณสามารถเอาเรื่องหรือรูปภาพวีดีโอประกอบว่าคนอื่นได้ผลลัพธ์ที่ดีจริงๆ พาลูกค้าไปเห็นของจริงต่อหน้าจะดีมาก

 

2. จงพูดความจริง (และมีอคติกับสินค้าของตัวเองบ้าง)

 

ลูกค้ายุคนี้ไม่ได้โง่เหมือนเมื่อก่อนที่เพียงแค่ดูโฆษณาทีวีที่มีพรีเซนเตอร์เป็นดาราที่พวกเขาชื่นชอบก็ตัดสินใจซื้อแล้ว พวกเขาสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณ รวมทั้งคู่แข่งของคุณได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วจากอินเทอร์เน็ต การที่โม้แต่สรรพคุณของสินค้าคุณมากเกินไปจะทำให้ลูกค้าเริ่มไม่เชื่อมั่นคุณและกลายเป็นเลิกสนใจในที่สุด วิธีการที่ดีกว่าคือการเป็นฝ่ายถามลูกค้าและเล่าในสิ่งที่พวกเขาอยากรู้ ส่วนคุณสมบัติบางอย่างที่ทำไม่ได้จริงๆ ก็ตอบไปง่ายๆ ว่าทำไม่ได้ และที่สำคัญคือ "จงอย่าเชื่อมั่น" สินค้าของตัวเองมากเกินไป เพราะมันจะกลายเป็นดาบกลับมาฆ่าตัวเองด้วยคำว่า "สินค้าของผมดีที่สุด" ซึ่งเอาจริงๆ บนโลกนี้มันไม่มีอะไรดีที่สุดหรอกครับ ต่อให้คุณขายไอโฟน คุณสมบัติบางอย่างก็สู้ของจีนไม่ได้

 

3. จงทำให้พวกเขาเกิดความสงสัยและท้าให้พวกเขาลอง

 

เป็นเทคนิคการถามคำถามเพื่อสร้างความสงสัยจนนำไปสู่การขอทดลองใช้และเกิดความต้องการ วิธีการก็ง่ายๆ ด้วยการถามพวกเขาเกี่ยวกับความคิดต่อสินค้าเป็นประโยชน์ปลายเปิด เช่น ลูกค้าคิดว่าถ้าได้ทดลองใช้สินค้าของผมแล้วจะทำให้งานง่ายขึ้นไหมครับ ใช้บริการของผมแล้วจะสบายขึ้นมั้ยครับ ฯลฯ ผลก็คือลูกค้าจะเกิดความรู้สึก "อยากลอง" ซึ่งเทคนิคนี้เองจะเปิดช่องให้คุณเริ่มเสนอขายจากการทดลองใช้ (Trial) ไปก่อน (ถ้าคุณสามารถทำได้) คล้ายกับการให้พวกเขาทดลองชิมอาหารฟรีนั่นแหละครับ ถามเชิญชวนก่อนด้วยคำถามว่าพวกเขาจะรู้สึกอร่อยแน่ๆ เห็นด้วยมั้ยครับ รับรองว่าสุดท้ายแล้วก็จะยอมซื้อคุณแน่นอนถ้าสินค้าคุณดีอย่างที่พูด 

 

4. ศึกษาจากความผิดพลาดทุกครั้ง

 

มีแน่นอนเวลาที่ลูกค้าปฎิเสธ คุณอาจจะรู้สึกเฟลก็จริง แต่จงพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการถามคำถามเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมถึงยังไม่ตัดสินใจซื้อ พวกเขายินดีที่จะบอกเหตุผลแน่นอน เช่น ราคาแพงไป ยังไม่ถูกใจ สนใจเฉยๆ คู่แข่งดีกว่า ฯลฯ ทุกเหตุผลคือสิ่งที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับการนำเสนอขายลูกค้าคนใหม่ หรือแม้แต่การขอถามกลับเพื่อค้นหา "ความต้องการที่ซ่อนอยู่" เช่น คุณถามพวกเขาว่าที่บอกว่าราคาแพงไปคือเหตุผลเดียวหรือไม่ พวกเขาตอบว่าไม่ มองคุณภาพด้วย คุณจึงสามารถเสริมเหตุผลว่าสินค้าคุณมีต้นทุนสูงเพราะเน้นงานคุณภาพ​ ซึ่งอาจจะพลิกเกมให้ลูกค้ากลับมาซื้อได้ เป็นต้น

 

5. จงสร้างความเร่งด่วน (Urgency) ให้ลูกค้ารีบตัดสินใจซื้อทุกครั้ง

 

เป็นเทคนิคที่การตลาดมักจะใช้กัน วิธีการก็หมูๆ มาก คุณมักจะเจอคำว่าโปรโมชั่นแทบจะทุกที่เวลามีการโฆษณาขายสินค้า ถูกไหมครับ คุณจึงเอาเรื่องนี้มากระตุ้นหรือเร่งให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เช่น บอกพวกเขาเสริมว่าคุณมีส่วนลดพิเศษหรือมีของแถมแต่ใกล้จะหมดเขตแล้ว บอกลูกค้าว่าถ้าซื้อสินค้าตัวนี้และนำไปใช้เลยจะสามารถคืนทุน (ROI) ได้ภายในเวลา 6 เดือน หรือแม้แต่บอกว่าของชิ้นนี้เหลือชิ้นเดียวแล้ว ถ้าไม่รีบซื้อก็จะมีลูกค้าที่อยากซื้อกำลังตัดสินใจ เป็นต้น 

 

6. จงเน้นการขายแบบมีคุณค่า 

 

เป็นเทคนิคการขายที่เน้นตัวลูกค้า จงเลือกที่จะนำเสนอสินค้าด้วยการทำให้พวกเขาได้ประโยชน์ (Benefit) จากตัวสินค้าหรือบริการก่อนเสมอ และเสริมด้วยเหตุผลที่น่าเชื่อถือเพื่อทำให้การมองลูกค้าเป็นศูนย์กลางคือสิ่งที่ดีที่สุด ลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงประโยชน์ที่พวกเขาได้รับก่อนทำความเข้าใจกับสินค้าคุณสมบัติขั้นเทพของคุณนั่นแหละครับ อารมณ์แบบเดียวกับคุณขายไดร์เป่าผมยี่ห้อ Dyson อันละ 15,000 ที่มีเทคโนโลยีสุดยอด คุณจะเลือกเป็นฝ่ายเล่าเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่าทำอย่างไรถึงไม่ต้องมีมอเตอร์กับเลือกเล่าว่าชีวิตของลูกค้าจะง่ายขึ้นและเส้นผมมีสุขภาพดีขึ้นมากกว่ากันล่ะครับ

 

7. ติดตามงานลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

 

"สงครามยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร" คือคำกล่าวที่ไม่เกินเลยความจริงไปนัก ไม่จำเป็นว่าลูกค้าจะต้องรีบตัดสินใจซื้อเดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะสินค้าที่ค่อนข้างมีราคาสูง เช่น บ้าน รถ โครงการติดตั้งรับเหมา ฯลฯ จงอย่าคิดว่าคุณจะปิดการขายได้เดี๋ยวนั้นเลย การติดตามงานอย่างสม่ำเสมอด้วยการเอาข่าวดีไปบอกเพื่อให้งานของคุณมีความคืบหน้าจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่า ลูกค้าจะซื้อคุณเพราะความเป็นมืออาชีพในเรื่องการติดตามงาน นอกจากจำคุณได้แล้ว ยังปิดโอกาสไม่ให้คู่แข่งเจาะทะลวงเข้ามาได้อีกด้วยครับ

นี่คือเทคนิคง่ายๆ ประจำสุดสัปดาห์นี้เพื่อให้คุณปิดการขายได้ง่ายขึ้นจากผมครับ

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 22nd banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd