in

ถ้าคุณให้ส่วนลดไม่ได้ ควรปฎิเสธอย่างไรถึงจะดูดี

การขอส่วนลดมักเป็นเรื่องธรรมดาที่ลูกค้ามักจะขอคุณอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการขายแบบ B2B หรือ B2C ก็ตามแต่ ยังไงซะเรื่องของราคาก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากได้ผลประโยชน์มากขึ้น และราคาก็เป็นอะไรที่ตรงไปตรงมามากที่สุดแล้ว

แต่คุณจะปฎิเสธอย่างไรถ้าคุณลดให้ไม่ได้จริงๆ ใจนึงก็กลัวว่าถ้าบอกว่าไม่ได้แล้วลูกค้าก็จะไม่ซื้อ หรือว่าลูกค้าขู่ฟอดๆ ว่าถ้าไม่ลดให้ก็ไม่ซื้อนะ อะไรทำนองนี้ แต่ถ้าลดให้ก็กลัวเจ้านายด่าหรือไม่เหลือกำไรจริงๆ นับว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่แท้ทรู

ผมจึงมีวิธีดีๆ ที่ทำให้คุณเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ไม่อาจปฎิเสธได้และทำให้คุณยังขายได้ดังนี้ครับ

1. ปฎิเสธไปตรงๆ แบบนุ่มนวล

วิธีนี้ถือว่าได้ผลที่สุด สบายใจที่ และไม่ต้องกลัวว่าจะเสี่ยงหรือวัดใจลูกค้าแต่อย่างใด การขอปฎิเสธอย่างนุ่มนวลว่าราคานี้ให้ไม่ได้แล้วครับ จากนั้นก็นิ่งเงียบ บางทีลูกค้าจะเป็นฝ่ายยอมคุณด้วยซ้ำ จงจำไว้ว่าใครก็ตามที่เป็นฝ่ายหยุดข้อเสนอก่อนมักเป็นฝ่ายชนะ ต่อให้คุณเป็นคนขายก็ตามทีครับ คุณต้องมั่นใจว่าลูกค้าสนใจและอยากได้สินค้าคุณมากๆ คุณถึงจะใช้วิธีนี้อย่างได้ผล

2. อธิบายว่าทำไมราคาคุณถึงลดให้ไม่ได้

ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีและทำให้คุณมีคุณค่ามากขึ้น และลูกค้าเข้าใจว่าทำไมราคาคุณถึงลดไม่ได้ ความเข้าใจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเริ่มใจอ่อนและซื้อคุณ จงอธิบายว่าทำไมราคาของคุณถึงลดให้ไม่ได้ เช่น ต้นทุนที่สูง สินค้าและบริการมีคุณภาพดี มีบริการหลังการขายที่ทำให้ลูกค้าสบายใจ เป็นต้น

3. บอกถึงคุณค่าที่พวกเขาได้รับ

เป็นวิธีสุดท้ายที่บางทีลูกค้ายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าพวกเขาจะได้ประโยชน์มากแค่ไหนในการซื้อสินค้าจากคุณ การอธิบายถึงคุณค่า (Value) ที่ลูกค้าได้รับหลังการซื้อจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เช่น ลูกค้าจะได้รับความพึงพอใจจากการใช้สินค้าซึ่งมีลูกค้าแทบทุกรายประทับใจ หรือลูกค้าภาคภูมิใจและมั่นใจ อุ่นใจ เกี่ยวกับการส่งมอบและติดตั้งสินค้าของคุณแน่นอน เป็นต้น

คนแบบไหนที่คุณไม่ควรจ้างมาทำงานด้วย

ปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น