ทำยังไงให้ลูกค้ายอมอ่านไฟล์แนบในอีเมล

เป็นกิจวัตรประจำวันเลยก็ว่าได้สำหรับการส่งอีเมลหาทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า โดยเฉพาะเหล่าลูกค้าใหม่ที่คุณไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแล้วได้คุยเสียงตามสาย ถ้าทำนัดไม่ได้ อย่างน้อยกำขี้ดีกว่ากำตดก็คือการขอส่งอีเมลแนะนำตัวกับบริษัท ซึ่งลูกค้าก็จะมอบให้แต่โดยดี

ครั้นที่คุณได้อีเมลมาแล้ว คุณก็เกิดความหวังขึ้นมาด้วยการร่างอีเมลแนะนำตัวพร้อมกับประโยชน์ของบริษัทที่จะมอบให้ลูกค้าอย่างสวยงาม จากนั้นก็แนบไฟล์เกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้าที่ตั้งใจทำมาอย่างสวยหรูและมั่นใจอย่างยิ่งว่าลูกค้าต้องชอบแน่ๆ จากนั้นก็กดส่งพร้อมกับความหวังว่าลูกค้าจะตอบกลับมา

เวลาผ่านไป 1 วัน คุณยังชิลๆ ผ่านไป 3 วันก็ยังเงียบอยู่ นานกว่านั้นก็ชักแปลกๆ แล้ว สรุปได้ว่าความตั้งใจที่คุณทำนั้น ลูกค้าน่าจะคิดว่าไม่มีค่าสำหรับพวกเขาเลย เผลอๆ ไม่ได้เปิดอ่านเลยด้วยซ้ำ ขืนเป็นแบบนี้สิ่งที่ทำมาก็สูญเปล่าน่ะสิ แล้วจะทำอย่างไรกันดีนะถึงจะทำให้ลูกค้าเปิดอ่านแล้วก็ตอบว่าสนใจ

มาดูวิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้กันแบบมืออาชีพจากผมเลยครับ รับรองว่าโคตรเจ๋งแน่นอน

1. เขียนอีเมลให้สั้นแบบเนื้อๆ เข้าไว้

สูตรของผมคือไม่เกิน 3 ย่อหน้า (Paragraph) ครับ และแต่บรรทัดต้องไม่เกิน 3 แถวก็พอแล้ว เพราะว่าลูกค้าไม่ชอบอ่านอะไรที่มันยาวๆ ยังไงล่ะครับ ดังนั้นคุณจึงเอาสูตรของผมไปลอกตามได้ ดังนี้

เรียนคุณ xxx ครับ

ผมแพน เป็น Account Manager ของบริษัท ABC ซึ่งเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไอทีที่มีผลงานยอดเยี่ยมมากมายในการจัดการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งจะทำให้ลดรายจ่ายและเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น เรามีผลงานกกับลูกค้าหลายๆ ที่ อาทิ เช่น AIS, SCG, SCB, Kbank, etc.

ผมได้แนบไฟล์แนะนำบริษัทที่มีข้อมูลพร้อมกับตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรณีศึกษาลูกค้าตัวอย่างที่เป็นประโยชน์มากมาย จึงรบกวนลูกค้าช่วยเปิดไฟล์แนบเพื่อรีวิวด้วยครับ

ถ้าสิ่งที่ผมส่งให้เป็นประโยชน์ ผมจะขอทำนัดลูกค้าเพื่อนำเสนอตัวอย่างจริง ใช้เวลาไม่นาน และมีประโยชน์แน่นอนได้มั้ยครับ

ขอบคุณครับ

2. บอกลูกค้าว่าไฟล์แนบมีข้อมูลเจ๋งๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาแน่นอน

ด้วยประโยค “ผมได้แนบไฟล์แนะนำบริษัทที่มีข้อมูลพร้อมกับตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรณีศึกษาลูกค้าตัวอย่างที่เป็นประโยชน์มากมาย จึงรบกวนลูกค้าช่วยเปิดไฟล์แนบเพื่อรีวิวด้วยครับ”

คุณจะต้องมั่นใจจริงๆ ว่าไฟล์นำเสนอของบริษัทต้องมีสไลด์ประกอบว่าคุณทำโปรเจคเจ๋งๆ และทำให้ลูกค้าสนใจแน่นอน จะดีมากๆ ถ้ามีรูปหรือข้อมูลตัวเลขที่เข้าใจง่าย อีกทั้งยังเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกับธุรกิจของพวกเขาให้มากที่สุด

3. ไฟล์ต้องไม่ใหญ่จนเกินไป ตัวหนังสือไม่เยอะ

เป็นไปได้ว่าลูกค้าไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ และเปิดจากมือถือ ดังนั้นเวลาพวกเขาได้เมลจึงควรแนบไฟล์ที่มีขนาดพอเหมาะไม่เกิน 10MB และประกอบไปด้วยรูปมากกว่าตัวหนังสือที่เข้าใจง่าย ความเจ๋งที่สุดที่ต้องมีให้ได้คือตัวอย่างรูปภาพหรือข้อมูลสำคัญเชิงตัวเลขที่บอกได้ว่างานที่คุณทำก่อนหน้านี้นั้นเจ๋งจริงและประสบความสำเร็จ

4. ขอโอกาสในการทำนัดไปในอีเมลด้วย

ระบุข้อความให้ชัดไปเลยว่าคุณขอโอกาสให้ลูกค้าได้เปิดไฟล์แนบเพราะมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าจริงๆ และคุณต้องถามลูกค้าไปเลยว่าถ้าสิ่งที่คุณส่งให้ดูเป็นประโยชน์จริงๆ และขอทำนัดเข้าไปเจอลูกค้าด้วยการระบุวันและเวลาให้ลูกค้าเลือกไปเลย รับรองว่าลูกค้าตอบกลับมาแน่นอนครับ

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts