in

วิธีการหาลูกค้าใหม่ มีช่องทางอะไรบ้าง

ช่องทาง (Channel or Ways) คือเส้นทางในการหาลูกค้าที่จะมอบเงินให้คุณ นักขายระดับเทพจะมีความสามารถในการแสวงหาช่องทางใหม่ๆ และเจอลูกค้าใหม่ตัวท็อปได้อยู่เสมอ นี่คือความแตกต่างของฝีมือนักขายแต่ละคนเลยก็ว่าได้

ผมจึงขอหยิบเส้นทางหรือช่องทางพร้อมกับวิธีการที่ผมช่ำชองและมักจะได้เจอลูกค้าใหม่ตัวบิ๊กๆ หรือทำให้ธุรกิจของผมมีโอกาสเปิดตลาดใหม่ได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยมีคอนเนคชั่นมาก่อนเลย ดังนี้ครับ

1. Cold-Calling

คลาสสิคสุดๆ และยังใช้ได้ผลเป็นอย่างดีสำหรับยุคนี้ที่ถึงแม้ว่าจะถูกปกครองในโลกออนไลน์แทบจะ 100% โทรศัพท์ก็ยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการโทรเข้าไปทำนัดลูกค้าใหม่ ซึ่งต่อให้คุณไม่รู้จักลูกค้าเลยก็ตาม คุณยังมีโอกาสโทรเบอร์ 02 และขอสายผู้จัดการแผนกต่างๆ ที่คุณต้องการคุย ถ้าโชคดีก็จะถูกโอนและได้คุยกับเสียงปลายสายเพื่อโทรทำนัด แต่จะดีกว่านี้ถ้าคุณรู้ชื่อและตำแหน่งหรือเบอร์มือถือก็จะทำให้ง่ายขึ้น นี่คือการเล่นกับเกมตัวเลขอย่างแท้จริง ยิ่งโทรมากก็ยิ่งมีโอกาสมาก และสามารถโทรวันไหน เมื่อไหร่ก็ได้

2. LinkedIn

โซเชี่ยลมีเดียขั้นเทพที่สามารถค้นหาชื่อและตำแหน่งของบริษัทต่างๆ ที่คุณต้องการเข้าไปขายได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือสามารถขอเป็นเพื่อนเพื่อส่งข้อความโดยตรงไปทักแนะนำตัว ไปจนถึงขออีเมล์เพื่อทำนัดได้อีกด้วย คุณสามารถดูข้อมูลลูกค้าว่าจบที่ไหนมา ทำงานที่ไหน มีอำนาจความรับผิดชอบมากแค่ไหนได้ง่ายๆ ราวกับอ่านเรซูเม่ของพวกเขาทีเดียว ขอบอกว่าลิ้งก์อินคือเครื่องมือทำมาหากินขั้นเทพของผมเลยก็ว่าได้

3. Facebook

เฟซบุ้คสามารถเอาชื่อลูกค้าหรือไปเจอคนดังและขอเป็นเพื่อนได้ง่ายๆ เพียงแต่จงแน่ใจว่าโปรไฟล์ของคุณไม่ได้ดูแล้วขาดความน่าเชื่อถือก็พอ ถ้าพวกเขารับแอดเป็นเพื่อน คุณสามารถส่งข้อความหรือติดตามดูชีวิตของลูกค้าและทำความรู้จักพวกเขาได้ง่ายๆ เลย จะดีมากถ้าเจอ “จุดร่วม” ที่ตรงกัน เช่น ชอบอะไรเหมือนๆ กัน เลี้ยงหมา มีลูก ท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อหาโอกาสในการคุยและทำนัดในขั้นตอนถัดไปครับ

4. Door-to-Door

ตรงๆ เลยก็คือเซลล์น๊อกดอร์ เคาะประตูตามบ้าน นี่ก็ถือว่าคลาสสิคเช่นกัน ยุคที่ผมอยู่บ้านแม่ตอนเด็กๆ ก็มักจะเจอเซลล์ขายเครื่องซักผ้าหรือสารานุกรมมาเคาะประตูตามบ้าน วิธีนี้ต้องใจกล้าหน้าด้านอยู่พอสมควร ถ้าเจอคนจริงก็อาจจะโดนไล่ตะเพิดออกจากบ้านได้ง่ายๆ เลย ปัจจุบันคงไม่เห็นวิธีการขายแบบนี้เท่าไหร่เพราะมันไม่ค่อยเวิร์กนั่นเอง

5. ออกบูท

เป็นวิธีที่ดีและสามารถหาลีดใหม่ๆ ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดวงและสถานที่เป็นหลัก ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็คือบูทขายบัตรเครดิต คลินิกความงาม ธุรกิจรับบริษัทช่วยเด็กด้อยโอกาส มอเตอร์โชว ฯลฯ ซึ่งที่วิธีนี้ไม่หายไปไหนก็เพราะมันเวิร์กนั่นเอง นักขายจะต้องมีความพร้อมและความกล้าในการเข้าประกบลูกค้าเพื่อเชิญชวนให้พวกเขาฟังข้อเสนอ จากนั้นก็ต้องปิดการขายหรือขอเบอร์ติดต่อสำหรับการสร้างลีดติดตามงานให้ได้ต่อไป

6. ส่งอีเมล์

เป็นวิธีที่ค่อนข้างประหยัดและทำให้ลูกค้าได้อ่านรายละเอียดข้อเสนอ สินค้า หรือบริการ ข้อแม้ก็คือข้อเสนอต้องเกี่ยวข้องกับลูกค้าจริงๆ หรือถูกส่งในช่วงเวลาที่ถูกต้อง คุณจะต้องมีวิธีในการเก็บอีเมล์ของลูกค้าให้ได้ก่อน เพื่อให้การสาด (Splash) มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการยิงอีเมล์ในแต่ละครั้ง

7. เข้าสัมมนาหาเครือข่าย

การโผล่หัวไปตามสัมมนาธุรกิจหรือกลุ่ม Networking ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงสิ่งที่คุณทำ เช่น ไอที การตลาด การเงิน อสังหาฯ ฯลฯ จะมีแนวโน้มที่ทำให้คุณเจอลูกค้าที่ใช้และมีความคิดหรือความต้องการเช่นเดียวกับคุณ วิธีนี้ถือว่าดีมากๆ เพราะมีจุดร่วมเดียวกัน คุณจะต้องพกนามบัตรเข้าไปเยอะๆ หน่อยเพื่อไล่แลกกับคนที่ตรงกับคุณให้ได้ วิธีนี้สามารถประยุกต์ด้วยการเป็นฝ่ายจัดสัมมนาหรืองานเสียเองเพื่อเชิญลูกค้ากับคนทั่วไปเข้ามาเจอคุณแบบปิดประตูตีแมว

8. ให้ลูกค้าเก่าบอกต่อ

ถ้ามั่นใจว่าคุณแจ๋วจริง ลูกค้าชอบคุณ ซื้อคุณซ้ำๆ เป็นประจำ ลองขอโอกาสให้พวกเขาลองแนะนำคนรู้จักเพื่อให้คุณเข้าไปช่วยเหลือดูสิครับ วิธีนี้ถือว่าได้ความน่าเชื่อถือสูงสุดและมีโอกาสเข้าไปขายต่ออย่างง่ายดายเลยล่ะครับ

What do you think?

Superstar Syndrome ภัยซ่อนเร้นสำหรับคนที่ทำงานเก่งทุกคน

Value Added ที่ควรเพิ่มให้ลูกค้าเพื่อช่วยปิดการขายให้ง่ายขึ้น