in

ทำไมขยันแต่ก็ยังไม่รวยซักที

เคยได้ยินคำนี้บ่อยๆ กันมั้ยครับว่า “ขยันผิดที่ สิบปีก็ไม่รวย” ซึ่งก็แปลกดีเพราะบรรดากูรูหรือเกจิด้านความร่ำรวยหลายๆ ท่านมักบอกว่าแก่นแท้ของความร่ำรวยและประสบความสำเร็จก็คือ “ความขยัน”

แน่ล่ะที่ทุกวงการนั้น ถ้าไม่มีความขยันหรือลูกขยันก็ไม่สามารถยืนระยะได้อย่างยาวนาน ตัวอย่างเช่นนักฟุตบอลพรสวรรค์สูงที่ไม่ขยันซ้อม ไปๆ มาๆ ก็ไม่สามารถเป็นซูเปอร์สตาร์ได้อยู่ดี ถึงแม้จะมีฝีตีนที่จัดจ้านแค่ไหนก็ตาม

เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดโดยเฉพาะอาชีพนักขายหรือนักธุรกิจ ความขยันคือสิ่งสำคัญในการทำงานอย่างแน่นอนครับ แต่ก็แปลกดีที่หลายๆ คนขยันทำงาน เพื่อนร่วมรุ่นบางคนขยันมากกว่าผมเสียอีก แต่กลับไม่ได้มั่งคั่งหรือร่ำรวยอย่างที่ตาเห็น บางคนยังใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนอยู่เลย

มาดูกันว่าเพราะอะไรที่ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนขยันทำงาน หายใจเข้าออกก็มีแต่งานงานงาน แต่ก็ยังไม่รวยหรือไม่เติบโตในหน้าที่การงานซักที ผมจะอธิบายให้คุณฟังตรงนี้เลยครับ

1. ขยันแต่เรื่องโง่ๆ

ตามหนังสือสามก๊กนี่ต้องเอาไปยิงทิ้งนะครับ แล้วอะไรคือความขยันแต่เรื่องโง่ๆ ผมขออธิบายง่ายๆ ก็คือการทำอะไรที่ “ไม่โฟกัส” เกี่ยวกับงานที่ทำแล้วได้คุณค่า ดันเอาเวลาไปทำแต่เรื่องไร้สาระ เช่น ขยันเล่นโซเชี่ยลเวลางาน ขยันจับกลุ่มเม้ามอยกับเพื่อนร่วมงาน ขยันปาร์ตี้หัวราน้ำแทบทุกวัน ขยันจับผิดหรือสร้างประเด็นในห้องประชุมอย่างเดียว ฯลฯ คนประเภทนี้ยากมากที่จะประสบความสำเร็จครับ

2. ขยันแต่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานขายหรือธุรกิจ

นี่คือจุดตายของนักขายหลายๆ คนเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือการเสียเวลาไปกับกิจกรรมที่ “ไม่ได้ช่วยให้ได้เงิน” และดูดเวลาชีวิตมากกว่าคนปกติ ส่วนใหญ่มักเป็นการที่ต้องเสียเวลาทำงานเอกสาร ทำ Proposal หรือหัวข้อเสนอลูกค้าในงานโครงการขนาดใหญ่ ขยันจัดประชุมภายใน (แกมบังคับจากหัวหน้า) และยังต้องทำใบเสนอราคาที่มีรายละเอียดเต็มไปหมด ทำให้ไม่มีเวลาออกไปพบลูกค้าและต้องทำงานมากกว่าปกติทั้งๆ ที่ไม่ได้เงิน วิธีก็คือต้องแก้ที่โครงสร้างทีมที่ต้องมีหน่วยทำเอกสารช่วยนักขายมากกว่า

3. ขยันผิดคน

ตรงๆ เลยก็คือการทำงานกับหัวหน้าที่ไม่ใช่ โชคร้ายที่ดันมีหัวหน้าที่แย่และไม่ได้เห็นคุณค่าในการทำงานของคุณมากนัก คนพวกนี้จะไม่ได้ช่วยทำให้คุณประสบความสำเร็จเลย เผลอๆ เอาผลงานของคุณไปเคลมอีกต่างหาก หรือไม่ก็ใช้ให้คุณทำงานในสิ่งที่ไร้สาระ ไม่ได้เนื้องาน เรื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้คนทำงานลาออกเลยล่ะครับ แถมคุณยังเลือกไม่ได้อีกต่างหากในบางกรณีที่ดันได้หัวหน้างานห่วยๆ

4. ขยันผิดที่

คุณต้องดูความเป็นไปได้หรือแนวโน้มของธุรกิจด้วย บางคนอยู่ในองค์กรที่มีเพื่อนร่วมงานดี แต่ตัวธุรกิจ เช่น สินค้าหรือบริการดันเป็นของตกกระแส ไม่ตอบโจทย์ลูกค้าปัจจุบัน หรือสู้คู่แข่งไม่ได้ สถานการณ์อย่างนี้อยู่ที่วิชั่นของผู้บริหารและ CEO ว่าจะแก้เกมอย่างไร ถ้าคุณอยู่ในองค์กรที่ผู้นำห่วย ขาดวิสัยทัศน์ ขยันแทบตายก็จะรับรู้ได้ว่าขายสินค้ายาก ขายไม่ค่อยได้ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เติบโตจะต้องมีสองสิ่งคือนักขายกับสินค้าที่ยอดเยี่ยมคู่กันเสมอ

5. คิดไปเองว่าตัวเองขยัน

มืดมนแน่นอนสำหรับคนที่มองตัวเองสูงเกินความเป็นจริง นั่นก็คือคิดว่าตัวเองขยันแล้ว ทำเต็มที่แล้ว แต่ทำไมผลลัพธ์ไม่ดี บางทีคุณอาจจะไม่ได้เปรียบเทียบตัวเองกับคนที่ผลงานดีกว่าก็ได้ครับ พวกเขาอาจขยันในเรื่องฉลาดๆ มากกว่าคุณนั่นเอง วิธีแก้ไขเรื่องนี้คือการหมั่นวัดผลการทำงานของตนเองเสมอว่าขยันแล้วดีขึ้นหรือไม่ เช่น เข้าพบลูกค้ามากขึ้น ออกใบเสนอราคาได้เยอะขึ้น ทำให้ปิดการขายได้ดีขึ้น อย่างนี้ถือว่าขยันขึ้น เป็นต้น

เป็นนักขายขั้นเทพก็เหมือนฝึกตีกอล์ฟ

คอนเนคชั่นนั้นเขาสร้างกันอย่างไร