หน่วยงานภาครัฐที่ไหนบ้าง เงินเยอะ ตั้งงบง่าย ปิดการขายหวานเจี้ยบ

ถ้าพูดถึงสมรภูมิการขายงานภาครัฐ หรือ B2G ในฐานะที่ผมเป็น Sales100Million แล้วคลุกคลีกับดีลภาครัฐด้วยตนเอง คุณจะต้องมองหาหน่วยงานเกรด A ประเภท “งบประมาณหนาๆ ได้หน้าได้ตาประเทศ มีปัญหาให้แก้เรื่อยๆ” (ฮา) เพราะหน่วยงานกลุ่มนี้มักจะมี Budget ก้อนใหญ่จากรัฐบาลไหลเข้ามาต่อเนื่อง และที่สำคัญคือ “ตั้งงบง่าย ปิดการขายหวานเจี้ยบ” ยิ่งถ้าโซลูชั่นของคุณถูกคิดขึ้นมาแก้ไขปัญหาหรือทำให้ลูกค้าได้หน้าโดยตรง โดยเฉพาะโซลูชั่นที่สอดคล้องกับแผนงานยุทธศาสตร์ชาติ Thailand 4.0, 5.0 อะไรทำนองนั้นแหละครับ (ฮา) นี่คือหน่วยงานเกรด A ที่ผมคัดมาแล้วครับ รับรองว่าเข้าไปคุยง่าย หาเรื่องขายได้ดีมาก

1. สาย Construction & Large-Scale Engineering (รับเหมาและวิศวกรรมโครงสร้าง)

ถ้าคุณขายงานระบบวิศวกรรม เครื่องจักรใหญ่ๆ หรือโปรเจกก่อสร้างขนาดใหญ่ ลูกค้ากลุ่มนี้คือ “แดนสวรรค์” เพราะงบประมาณปีหนึ่งรวมกันหลักแสนล้านบาท และภาครัฐต้องรีบกดปุ่มอนุมัติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพราะเป็นงานโครงสร้างพื้นฐาน ที่สำคัญคือเปิดรับซัพพลายเออร์หลายเจ้าครับ ตัวอย่างเช่น

– กรมทางหลวง เน้นงบขยายเส้นทาง ซ่อมทาง (ฮา) ระบบความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

กรมชลประทาน มีงบจัดการระบบน้ำเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และระบบชลประทานอัจฉริยะทั่วประเทศ

– การรถไฟทั้งหมด **ดอกจันทร์ตัวโตๆ เลยครับว่าเป็นแดนสนธยาที่ผู้เล่นก็หน้าเดิมๆ แถมเงินแม่งโคตรหนา เป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติที่จะทำรถไฟฟ้าทั้งกรุงเทพกับรถไฟความเร็วสูงให้ได้ งบประมาณมหาศาล

– ปตท. และกลุ่มพลังงานทั้งหมด เช่น การไฟฟ้า ไทยออย บางจาก ฯลฯ รวยชิบหาย

ทำไมถึงปิดง่าย? เพราะหน่วยงานเหล่านี้มี “แผนแม่บท (Master Plan)” ระยะยาว 5-10 ปีชัดเจนอยู่แล้ว หน้าที่ของคุณคือการเข้าไปฝังตัวกับกองแผนงานเพื่อดูว่าปีหน้าเขามีแผนจะขยายโครงสร้างที่ไหน แล้วส่งทีมวิศวกรของเราเข้าไปช่วยทำ Feasibility Study ให้พวกเขาฟรีๆ ตั้งแต่ตอนทำประชาพิจารณ์ พอโครงการผ่าน งบจะถูกล็อกสเปกไว้ใน TOR ทันที ปิดดีลแบบไร้คู่แข่ง

2. สาย IT Enterprise & System Integration (โครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีและซอฟต์แวร์องค์กร)

กลุ่มนี้เงินหนาจัดและตั้งงบง่ายมากเพราะโดนบีบด้วย พ.ร.บ. ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ และเรื่อง Cybersecurity ที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ต้องพร้อมทำงานอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น

– สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES): คุมงบกลางด้านโครงสร้างไอทีระดับประเทศ

– DGA (สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล): หน่วยงานทำระบบกลางให้ราชการทั้งหมดใช้ (เช่น ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์, Data Center ส่วนกลาง)

– กองทัพไทยทั้งหมด: งบด้าน Cyber Warfare (สงครามไซเบอร์), ศูนย์บัญชาการข้อมูล (War Room) และระบบสื่อสารความมั่นคงสูง

– หน่วยงานการไฟฟ้าหรือพลังงานที่ต้องพึ่งพาระบบไอทีขึ้นสูง

ทำไมถึงปิดง่าย: หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่ขาด “บุคลากรสายไอทีระดับสูง” เพราะข้าราชการเก่งๆ ลาออกไปอยู่เอกชนหมด ดังนั้นพวกเขาจะพึ่งพาบริษัท IT Enterprise เยอะมากๆ ชนิดที่ว่าแทบจะให้ Password เซิร์ฟเวอร์ให้ดูแลทั้งหมด (ฮา) ดีลพวกนี้มักมาในรูปแบบ Managed Services (สัญญารายปีต่อเนื่อง 3-5 ปี) ตั้งงบครั้งเดียวกินยาวๆ หวานเจี้ยบ ที่สำคัญคือล็อบบี้ยิสต์ระดับอาจารย์มหาวิทยาลัยเทพๆ ถ้าเรามีเป็นพวก พูดอะไรลูกค้าก็เชื่อหมดครับ (แนะนำสายพระจอมฯ จุฬาฯ เป็นหลัก)

3. สาย Health Care & Medical Engineering (ระบบการแพทย์และเครื่องมือแพทย์ระดับสูง)

เป็นกลุ่มที่บอร์ดบริหารมีอำนาจล้นมือ มีเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินบำรุงโรงพยาบาล เงินบริจาค กองอยู่มหาศาล ไม่จำเป็นต้องง้อกระทรวงการคลัง 100% หมอคุมงบเอง คนฉลาดคุมเงินก็เลยรวยและหาเรื่องทำโครงการเทพๆ ได้เยอะไงครับ ตัวอย่างเช่น

– กลุ่มโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่: ศิริราช รามาฯ จุฬาฯ มหิดล มช. มข. มอ. ฯลฯ

– กรมการแพทย์หรือกรมควบคุมโรค: คุมงบซื้อเครื่องมือแพทย์ ศูนย์แล็บ และระบบสาธารณสุขระดับภูมิภาค

– โรงพยาบาลเอกชน ตัวรวยๆ ทั่วประเทศไทย

ทำไมถึงปิดง่าย เพราะในวงการแพทย์ “ชีวิตคนรอไม่ได้ และความแม่นยำต้องเป็นที่ 1” โรงพยาบาลระดับนี้ไม่เคยงกเรื่องงบประมาณถ้าโปรดักนั้นลดอัตราการเสียชีวิตหรือเพิ่มความเร็วในการรักษาได้ ชั้นเชิงการปิดดีลสายนี้ไม่ได้วิ่งเข้าหาฝ่ายจัดซื้อ แต่เป็นการเข้าหา “อาจารย์หมอ หัวหน้าภาควิชา ผอ.​โรงบาล” ให้ลูกค้าทดลองใช้จนชอบและมั่นใจในความปลอดภัย จากนั้นอาจารย์หมอจะเป็นคนเขียนบรีฟสเปกส่งให้คณบดีเซ็นอนุมัติงบเองจากภายใน ด่านตรวจรับเงินสดไหลลื่นมาก

ในดีลรัฐบาลระดับร้อยล้าน… คนที่เดินเข้าไปขายของในวันที่ทีโออาร์ (TOR) ประกาศบนเว็บ e-GP แล้ว คือคนที่เข้าไป ‘แพ้’ ส่วนคนที่ ‘ชนะและได้กินคำโต’ คือคนที่เข้าไปนั่งคุยกับข้าราชการตั้งแต่ตอนที่ห้องทำงานเขายังเป็นกระดาษเปล่า เพื่อช่วยเขาออกแบบสเปกวิศวกรรม สเปกไอที หรือสเปกเครื่องมือแพทย์ที่คู่แข่งรายอื่นในตลาดไม่มี

[ “ในสมรภูมิ B2G… ใครเข้าหาตอน TOR ออกแล้ว คือเตรียมตัวไปแพ้!” ]

ดีลรัฐบาลและ Enterprise ระดับร้อยล้าน ไม่ได้สู้กันที่หน้างาน แต่วัดกันที่การ “Spec-In” ตั้งแต่ตอนที่ห้องทำงานเขายังเป็นกระดาษเปล่า!

ถ้าทีมขายคุณยังทำงานแบบเดิมๆ รอรับลีด หรือตามงานแค่ 1-2 ครั้งแล้วเลิก (ทั้งที่สถิติชี้ว่า 80% ของดีลใหญ่ปิดได้ในการตามครั้งที่ 5-12) คุณกำลังทิ้งเงินก้อนโตให้คู่แข่งที่ใช้ AI และกลยุทธ์ที่คมกว่า!

ถึงเวลาอัปเกรดแม่ทัพ สู่การเป็น “จอมทัพนักวางกลยุทธ์” ที่คุมระบบเครื่องจักรผลิตรายได้ร้อยล้านด้วยวิทยาศาสตร์และ AI One-Man Army!

🔥 Sales Mastery AI B2G Enterprise

🔥 (หลักสูตรบริหารทีมขายและกลยุทธ์ B2B/B2G ยุค AI)

⚔️ 3 หมัดเด็ดรุกฆาตดีลยักษ์:

  1. B2G Spec-In Strategy: ชั้นเชิงการคุม “ต้นน้ำ” ดีลรัฐบาล ออกแบบ TOR ก่อนคู่แข่งรู้ตัว
  2. AI One-Man Army: รื้อโครงสร้างทีมขายยุคเก่า ใช้ AI ทุ่นแรงให้เซลส์ 1 คนเก่งเท่า 1 แผนก
  3. Data-Driven & Follow-up Cadence: ระบบตามงานจิตวิทยาขั้นสูง ยิ่งตามยิ่งเพิ่มโอกาสปิดดีล

📅 วันเรียน: 27 – 28 มิถุนายน 2569 🕙 เวลา: 10.00 – 17.00 น. 📍 สถานที่: Novotel Bangkok Sukhumvit 20

🎟️ [ REGISTER NOW ] จองสิทธิ์ราคา Early Bird ด่วนที่สุด ก่อนที่นั่งจะเต็ม!

👉 ทักแชทสำรองที่นั่ง: [ลิงก์ Inbox]

📱 LINE Official: @sales100million

ชุดนี้สั้น กระชับ และตรงประเด็นตามที่พี่ต้องการแล้วครับ! 🦾🔥👑

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts